ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ : ลิเวอร์พูล - เชลซี

สนาม : Vodafone Stadyumu

ผลบอล Live Score

ซาดิโอ มาเน่ 48'

ซาดิโอ มาเน่ 95'

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 85'

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 107'

5-4 จบ 90 นาที 2-2
(1)

โอลิวิเย่ร์ ฌิรูด์ 36'

Jorginho 101' (PEN)

เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า 79'

รูปภาพ ลิเวอร์พูล - เชลซี

ข้อมูลน่าสนใจ ลิเวอร์พูล - เชลซี


หงส์แดงผงาดแชมป์สมัย 4

คู่ชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2019 สู้กันถึงช่วงต่อเวลาพิเศษเสมอกัน 2-2 สุดท้ายต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ และเป็น ลิเวอร์พูล ที่เอาชนะ เชลซี ไปได้ 5-4 ซิวถ้วย ซูเปอร์ คัพ สมัยที่ 4 ไปครองได้สำเร็จ

โดยเกมนี้ สเตฟานี่ ฟรัปปาร์ กรรมการหญิงได้โอกาสลงทำหน้าที่ตัดสินเกม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ ยูฟ่า ที่ใช้ผู้ตัดสินหญิงลงทำหน้าที่

ในครึ่งแรก เชลซี ออกนำไปก่อน 1-0 น.36 จากจังหวะหลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แต่ในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ก็มาตีเสมอ 1-1 น.48 จาก ซาดิโอ มาเน่ ที่ตามไปซ้ำลูกยิงของตัวเอง จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องสู้กันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที

และในช่วงต่อเวลาพิเศษเป็น ลิเวอร์พูล ที่พลิกขึ้นนำ 2-1 น.95 จาก มาเน่ และเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ แต่ทว่าทาง เชลซี ก็ไม่ยอมง่าย ๆ ตามตีเสมออย่างรวดเร็ว 2-2 น.98 จากจังหวะที่ อาเดรียน นายทวารมือสองของหงส์แดงไปรวบขา อับราฮัม ด้านหลัง ผู้ตัดสินหญิงชี้เป็นจุดโทษ และเป็น จอร์จินโญ่ รับหน้าที่สังหารไม่เหลือ

จบ 120 นาทีเสมอกัน 2-2 ต้องไปตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็น อาเดรียน ที่สวมบทฮีโร่เซฟลูกยิงของ แทมมี่ อับราฮัม ซึ่งคนสุดท้ายของ เชลซี ทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายกำชัยไป 5-4 ผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2019 และเป็นสมัยที่ 4 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่



พรีวิวยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ

ลิเวอร์พูล เกมนี้จะไม่มี อลิสซอน นายด่านคนสำคัญลงสนาม เนื่องจากบาดเจ็บ ทว่าก็จะได้ อาเดรียน มือ 2 ป้ายแดงลงทำหน้าที่แทน ส่วน ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าจรวดเรียกพี่ ทาง เจอร์เก้น คล็อปป์ ออกมายืนยันแล้วว่าพร้อมยิ่งกว่าพร้อมในเกมนี้

เชลซี เพิ่งเจอกับเรื่องร้ายมาหมาด ๆ หลังเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วยความปราชัยต่อแมนยูแบบมโหฬาร ส่วนเกมนี้ก็ยังมีข่าวร้ายไม่เลิกหลัง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ได้รับบาดเจ็บเพิ่ม และมีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้ลงเล่นเกมนี้เช่นเดียวกับ วิลเลียน

คู่นี้เจอกันมา 6 เกมหลังสุด ลิเวอร์พูล เอาชนะได้แค่เกมเดียวเท่านั้น ส่วน เชลซี ชนะ 2 ครั้ง แบ่งเป็นเสมอกันไปอีก 3 ครั้ง ทว่าทุกครั้งที่เจอกันบนรายการระดับยุโรปมักจะเป็น หงส์แดง ที่ทำผลงานได้ดีกว่า สิงห์บลูส์

วิเคราะห์บอล ลิเวอร์พูล - เชลซี


ที่สนาม โวดาโฟน พาร์ค กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ลิเวอร์พูล แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันดับ 3 พรีเมียร์ลีก 5 นัดหลัง ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 ล่าสุดเปิดรังเหย้าชนะ นอริช ได้สบายในเกมลีก ฟาก เชลซี แชมป์ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รองบ๊วยพรีเมียร์ลีก 5 นัดหลัง ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 ล่าสุดเกมลีกออกไปพ่ายเละให้ แมนฯยูฯ

ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2019 หงส์แดง เปิดหัวเกมลีกได้ดีตามคาด แม้ผลงานช่วงปรีซีซั่นฟอร์มไม่ราบรื่น นัดพร้อมส่งสามแนวรุก เอสเอ็มเอฟ ลงบู๊ ทาง สิงโตน้ำเงินคราม แย่มาจากออกตัวเกมลีก ถึงฟอร์มจะโอเคในการอุ่นเครื่องที่ผ่านมา ทั้งสองทีมพบกัน 5 ครั้งหลังสุด ทีมของคล็อปป์ ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 ครั้ง แต่ล่าสุดในเกมลีกฤดูกาลก่อน สามารถชนะ ลูกทีมของแลมพาร์ด ได้แบบไม่ยากเย็น และดูเหมือน เชลซี จะมีปัญหาในแนวรับ ไม่เหมือนกับ ลิเวอร์พูล ยังครบเครื่องคงสถานะความยอดเยี่ยมทั้งรุก-รับ โอกาสจะชูโทรฟี่นี้มีสูงกว่าอยู่แล้ว 
ฟันธง : หงส์แดง แรงฟ้าผ่า
คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

ผลงานที่เจอกันล่าสุด

วันที่รายการทีมVSทีม
14 เม.ย. 62 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 2 - 0 เชลซี
29 ก.ย. 61 พรีเมียร์ลีก เชลซี 1 - 1 ลิเวอร์พูล
27 ก.ย. 61 ลิเวอร์พูล 1 - 2 เชลซี
6 พ.ค. 61 พรีเมียร์ลีก เชลซี 1 - 0 ลิเวอร์พูล
26 พ.ย. 60 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 1 - 1 เชลซี

ผลงาน 5 นัดล่าสุด

วันที่รายการทีมVSทีม
17 ส.ค. 62 พรีเมียร์ลีก เซาแฮมป์ตัน 1 - 2 ลิเวอร์พูล
10 ส.ค. 62 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 4 - 1 นอริช ซิตี้
7 ส.ค. 62 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ลิเวอร์พูล 0 - 0 ชาลเก้ 04
4 ส.ค. 62 คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ลิเวอร์พูล 1 - 1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
1 ส.ค. 62 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ลิเวอร์พูล 3 - 1 โอลิมปิก ลียง
วันที่รายการทีมVSทีม
18 ส.ค. 62 พรีเมียร์ลีก เชลซี 1 - 1 เลสเตอร์ ซิตี้
11 ส.ค. 62 พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 - 0 เชลซี
3 ส.ค. 62 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2 - 2 เชลซี
1 ส.ค. 62 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง Salzburg 3 - 5 เชลซี
28 ก.ค. 62 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง เร้ดดิ้ง 3 - 4 เชลซี

สถิติ

ลิเวอร์พูล เชลซี

โอกาสยิงประตู

21 20

ยิงเข้ากรอบ

11 6

ยิงไม่เข้ากรอบ

5 9

ถูกบล๊อค

5 5

ยิงจากในกรอบเขตโทษ

17 13

ยิงจากนอกกรอบเขตโทษ

4 7

ผ่านบอล

699 632

ผ่านบอลสำเร็จ

574 518

เปอร์เซ็นต์ผ่านบอลสำเร็จ

สร้างโอกาสบุก

136 164

โอกาสบุกที่สร้างความอันตราย

48 76
ลิเวอร์พูล เชลซี

เปอร์เซ็นต์การครองบอล

49 51

ทำฟาวล์

10 12

เตะมุม

8 7

ล้ำหน้า

2 11

ใบเหลือง

2 1

ใบแดง

0 0

ป้องกันประตู

4 9

จำนวนการเปลี่ยนตัว

4 4

ลูกเตะจากประตู

9 7

ฟรีคิก

19 6

ทุ่มบอล

22 26

รายชื่อผู้เล่น

ลิเวอร์พูล
4-3-3
ตัวจริง

G13Adrián

D12โจ โกเมซ

D32J. Matip

D4V. van Dijk

D26A. Robertson

M14จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

M3Fabinho

M7เจมส์ มิลเนอร์

F15อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

F11โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

F10ซาดิโอ มาเน่

สำรอง

G62Caoimhin Kelleher

G22Andy Lonergan

D51Ki-Jana Hoever

D66เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

M5G. Wijnaldum

M24Rhian Brewster

M20A. Lallana

M23เซอร์ดาน ชากิรี่

F27D. Origi

F9โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

M67Harvey Elliott

เปลี่ยนตัว

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน | R. Firmino

เจมส์ มิลเนอร์ | G. Wijnaldum

A. Robertson | T. Alexander-Arnold

ซาดิโอ มาเน่ | D. Origi

เชลซี
4-3-3
ตัวจริง

G1Kepa

D28เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า

D4Andreas Christensen

D15K. Zouma

D33Emerson

M5Jorginho

M7N. Kanté

M17มาเตโอ โควาซิช

F11เปโดร โรดริเกซ

F18โอลิวิเย่ร์ ฌิรูด์

F22C. Pulisic

สำรอง

G13Willy Caballero

D21D. Zappacosta

D2A. Rüdiger

D29F. Tomori

D3มาร์กอส อลอนโซ่

M16Kenedy

M8R. Barkley

M19M. Mount

M47Billy Gilmour

F9T. Abraham

F10วิลเลี่ยน

F23มิชี่ บาตชูอายี่

เปลี่ยนตัว

โอลิวิเย่ร์ ฌิรูด์ | T. Abraham
C. Pulisic | M. Mount

Andreas Christensen | F. Tomori

มาเตโอ โควาซิช | R. Barkley