พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล - แมนยู

สนาม : Anfield

ผลบอลสด Live Score ผลบอล

เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค 14'

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ 90 +3'

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ 90 +4'

2-0
(1.25)

เนมานย่า มาติช 8'

ดาบิค เด เคอา 25'

ลุค ชอว์ 72'

รูปภาพ ลิเวอร์พูล - แมนยู

ข้อมูลบ้านผลบอล ลิเวอร์พูล - แมนยู

หงส์ ปราบ ผี นำฝูงหนีที่สอง 16 คะแนน

    

    เกมครึ่งแรกเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้ประตูออกนำไปอย่างรวดเร็ว 1-0 จากลูกโขกเตะมุมของ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค จากนั้น หงส์แดง ยังเป็นฝ่ายครองเกมบุกไว้ได้ และมีโอกาสจะได้บวกประตูเพิ่มจาก ซาดิโอ มาเน่ แต่ก็พลาดไป จากนั้น VAR ก็มาช่วยชีวิตแมนยูไว้ได้อีก ในจังหวะที่ จีนี่ ไวจ์นัลดุม ยิงเข้าประตูไป ช่วยท้ายครึ่งแรก แมนยู โงหัวขึ้นมาได้บ้าง และมีโอกาสได้ลองสับไกลครั้งแรกจาก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ทว่ายังไม่คมพอ

    

    ครึ่งหลัง แมนยู มีโอกาสที่ดีมาก ๆ จากการทำชิ่งเข้าไปในเขตโทษของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่เจ้าตัวดันยิงเอามันมากเกินความจำเป็น บอลมันเลยหลุดออกหลังไปชนิดที่น่าเขกกะโหลกตัวเอง จากนั้น แมนยู ยังพยายามบุกกดดันหมายเอาประตูตีเสมอให้ได้ และเกมก็ทำท่าจะจบลงด้วยสกอร์ 1-0 ทว่าในช่วงทดเวลา อลิสซอน เบ็คเกอร์ ก็คิดไวทำไวรีบจ่ายบอลยาวให้ โม ซาล่าห์ ทันที ก่อนจะวิ่งเบียดกับผู้เล่นแมนยูเขาไปยิงลอดตัว ดาบิด เด เคอา เข้าประตูไปเป็น 2-0 และนี่เป็นประตูแรกที่ ซาล่าห์ ยิง แมนยู ได้ซะด้วย 

    

    หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ แมนยู ไปได้อย่างสุดมัน พร้อมกับทำคะแนนหนีห่าง แมนซิตี้ อันดับสองไปถึง 16 คะแนน แถมยังแข่งน้อยกว่าอยู่ 1 นัดอีกด้วย

บอลวันนี้ ลิเวอร์พูล - แมนยู


คู่เอกของฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์นี้ และน่าจะต้องบอกว่าเป็นเกมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของแฟนบอลทั่วโลกก็คือ ศึกแดงเดือด ลิเวอร์พูล จะเปิด แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของคู่ปรับตลอดกาล แมนฯ ยูไนเต็ด และนี่คือครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 ที่ หงส์แดง เปิดรังรับ ปิศาจแดง ในฐานะจ่าฝูง

เป็นที่รู้กันว่าเจอกันรอบนี้สถานการณ์ของทั้งสองทีมต่างกันโดยสิ้นเชิง ลิเวอร์พูล กำลังอยู่บนเส้นทางสู่แชมป์กับสถิติสุดยอดชนะ 20 จาก 21 เกมในฤดูกาลนี้ และนำห่างอันดับ 2 แมนฯ ซิตี้ อยู่ถึง 13 แต้มโดยแข่งน้อยกว่า 2 นัด

อย่างไรก็ตาม 1 นัดที่ ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะไม่ได้ก็คือเกมที่เจอกับ แมนยู นั่นเอง และนั่นแสดงให้เห็นว่าในศึกแดงเดือดอะไรก็เกิดขึ้นได้

สำหรับ แมนยู ฟอร์มการเล่นตลอดซีซั่นยังไม่คงเส้นคงวาแต่ตอนนี้ก็รั้งอยู่อันดับ 5 และมีโอกาสที่จะไล่จี้ เชลซี อันดับ 4 เหลือ 2 แต้ม ถ้าชนะในเกมนี้

ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดของแต่ละทีม ลิเวอร์พูล น่าจะได้ ฟาบินโญ่ กับ โจเอล มาติป กลับมาหลังจากที่ทั้งคู่ลงซ้อมเต็มที่ได้แล้ว ส่วน แมนยู ยังต้องลุ้น มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เจ็บหลังจะหายทันเล่นไหวหรือเปล่า

แน่นอนว่านี่คือเกมแห่งศักดิ์ศรีที่มักจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ แต่ถ้าว่ากันตามหน้าเสื่อ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้มีดีพอที่จะไล่บด แมนยู ได้

ฟันธง : หงส์แดงแกร่งเกินต้าน
คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

ผลงานที่เจอกันล่าสุด

วันที่รายการทีมVSทีม
12 ก.ค. 65 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง แมนยู 4 - 0 ลิเวอร์พูล
20 เม.ย. 65 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 4 - 0 แมนยู
24 ต.ค. 64 พรีเมียร์ลีก แมนยู 0 - 5 ลิเวอร์พูล
14 พ.ค. 64 พรีเมียร์ลีก แมนยู 2 - 4 ลิเวอร์พูล
25 ม.ค. 64 เอฟเอ คัพ แมนยู 3 - 2 ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดล่าสุด

วันที่รายการทีมVSทีม
6 ส.ค. 65 พรีเมียร์ลีก ฟูแล่ม 2 - 2 ลิเวอร์พูล
1 ส.ค. 65 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ลิเวอร์พูล 0 - 3 สตราส์บูร์ก
30 ก.ค. 65 คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ลิเวอร์พูล 3 - 1 แมนซิตี้
28 ก.ค. 65 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง Salzburg 1 - 0 ลิเวอร์พูล
22 ก.ค. 65 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ไลป์ซิก 0 - 5 ลิเวอร์พูล
วันที่รายการทีมVSทีม
7 ส.ค. 65 พรีเมียร์ลีก แมนยู 1 - 2 ไบรท์ตัน
31 ก.ค. 65 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง แมนยู 1 - 1 ราโย่ บาเยกาโน่
30 ก.ค. 65 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง แอต มาดริด 1 - 0 แมนยู
23 ก.ค. 65 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง แมนยู 2 - 2 แอสตัน วิลล่า
19 ก.ค. 65 ฟุตบอลอุ่นเครื่อง แมนยู 3 - 1 คริสตัล พาเลซ

สถิติ

ลิเวอร์พูล แมนยู

โอกาสยิงประตู

16 9

ยิงเข้ากรอบ

5 4

ยิงไม่เข้ากรอบ

11 5

ถูกบล๊อค

5 0

ยิงจากในกรอบเขตโทษ

12 4

ยิงจากนอกกรอบเขตโทษ

4 5

ผ่านบอล

504 448

ผ่านบอลสำเร็จ

397 354

เปอร์เซ็นต์ผ่านบอลสำเร็จ

0 0

สร้างโอกาสบุก

127 77

โอกาสบุกที่สร้างความอันตราย

69 48
ลิเวอร์พูล แมนยู

เปอร์เซ็นต์การครองบอล

56 44

ทำฟาวล์

7 10

เตะมุม

11 5

ล้ำหน้า

2 3

ใบเหลือง

1 3

ใบแดง

0 0

ป้องกันประตู

4 3

จำนวนการเปลี่ยนตัว

3 3

ลูกเตะจากประตู

8 9

ฟรีคิก

13 9

ทุ่มบอล

22 22

รายชื่อผู้เล่น

ลิเวอร์พูล
4-3-3
ตัวจริง

G1อลิสซอน

D66เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

D12โจ โกเมซ

D4เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค

D26แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

M15อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

M14จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

M5จอร์โจ้ ไวจ์นัลดุม

A11โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

A9โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

A10ซาดิโอ มาเน่

สำรอง

G13อาเดรียน

D32โจเอล มาติป

M48เคอร์ติส โจนส์

M20อดัม ลัลลาน่า

M3ฟาบินโญ่

A27ดิว็อค โอริกี้

A18T. Minamino

เปลี่ยนตัว

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน | A. Lallana

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ | D. Origi
ซาดิโอ มาเน่ | Fabinho

แมนยู
3-4-1-2
ตัวจริง

G1ดาบิค เด เคอา

M29อารอน วาน-บิสซาก้า

D2วิคตอร์ ลินเดเลิฟ

D5แฮร์รี่ แม็คไกวร์

M53แบรนดอน วิลเลี่ยมส์

M17เฟร็ด

M31เนมานย่า มาติช

A21D. James

A15อันเดรียส เปเรยร่า

D23ลุค ชอว์

A9อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

สำรอง

G22S. Romero

D3เอริค ไบยี่

D20ดีโอโก้ ดาล็อต

D4ฟิล โจนส์

M8ฆวน มาต้า

M14เจสซี่ ลินการ์ด

A26เมสัน กรีนวู้ด

เปลี่ยนตัว

อันเดรียส เปเรยร่า | J. Mata
แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ | M. Greenwood

ลุค ชอว์ | D. Dalot