คาราบาว คัพ : เชลซี - ลิเวอร์พูล

สนาม : Wembley Stadium

ผลบอลสด Live Score ผลบอล

มาเตโอ โควาซิช 90'

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ 99'

K. Havertz 105 +2'

0-0
(0.25)

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 105 +2'

รูปภาพ เชลซี - ลิเวอร์พูล

ข้อมูลบ้านผลบอล เชลซี - ลิเวอร์พูล

สู้กันสมศักดิ์ศรี

หงส์แดง ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ 2021-22 ไปครอง หลังเอาชนะ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ในเกมนัดชิงชนะเลิศที่สู้กันอย่างสมศักดิ์ศรี เสมอกัน 0-0 หลังการต่อเวลา 120 นาที ก่อนที่การดวลจุดโทษจะจบลงด้วยสกอร์ 11-10

ตลอดทั้งเกมตั้งแต่เริ่มนาทีแรกจนนาทีสุดท้ายทั้งสองทีมต่างก็พยายามสู้กันด้วยแท็คติก และแม้จะจบด้วยการไม่มีสกอร์แต่ทั้ง ลิเวอร์พูล และ เชลซี ก็สามารถสร้างโอกาสใกล้เคียงกับการยิงประตูได้หลายต่อหลายครั้ง โดยทางฝั่ง สิงห์บลูส์ นั้นส่งบอลเข้าสู่ตาข่ายได้ถึง 3 หน แต่ถูกเรียกคืนทั้งหมดหลังผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ ขณะเดียวกันยังมีจังหวะใกล้เคียงที่สุดลูกที่ เมสัน เมานท์ ยิงไปชนเสา

ด้าน ลิเวอร์พูล เอง โจเอล มาติป มีโอกาสโขกจ่อ ๆ เข้าประตูไปแล้วเช่นกัน แต่ผู้ตัดสินดูวีเออาร์แล้วก็เป่าให้เป็นการล้ำหน้าของ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ไปก่อนเช่นกัน ขณะที่ในช่วงต้นครึ่งแรก จังหวะเข้าซ้ำของ ซาดิโอ มาเน่ ก็โดน  เอดูอาร์ด เมนดี้ ป้องกันได้แบบไม่น่าเชื่อ

แฟนบอลของทั้ง ลิเวอร์พูล และ เชลซี ต้องลุ้นกันสุดตัวจนถึงช่วงดวลจุดโทษ โดยที่ผู้เล่น 10 คนของทั้งสองฝ่ายยิงเข้ากันทั้งหมดไม่พลาดเลย

จนมาถึงคนที่ 11 ผู้รักษาประตู ควีวิน เคลเลเฮอร์ ของ หงส์แดง ยิงเข้าไปได้ไม่มีปัญหา ขณะที่ เกเป้ ของฝั่ง สิงห์บลูส์ ที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองเพื่อทำหน้าที่ในช่วงดวลโทษโดยเฉพาะ ยิงข้ามคานออกไป ทำให้เกมจบด้วยสกอร์ 11-10 ลิเวอร์พูล ครองแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 9 หลังจากครั้งก่อนเคยทำได้ในปี 2012







บอลวันนี้ เชลซี - ลิเวอร์พูล

    พรีวิว คาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ : เชลซี v ลิเวอร์พูล

    เชลซี ผ่านเข้านัดชิงด้วยการเอาชนะ สเปอร์ส ด้วยสกอร์รวม 3-0 แมตช์นี้ โธมัส ทูเคิ่ล จะขาดวิงแบ็กอย่าง เบน ชิลเวลล์ และ ที่บาดเจ็บไปก่อนหน้านี้ รีซ เจมส์ ส่วน ขณะที่ โรเมลู ลูกากู ที่กำลังมีปัญหาเรื่องฟอร์มตกอาจนั่งดูเพื่อนที่ข้างสนามไปก่อน ส่วนแกนหลักอย่าง เอดูอาร์ เมนดี้, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, ติโม แวร์เนอร์,ไค ฮาแวร์ตซ์ และ คริสเตียน พูลิซิซ พร้อมลงสนาม

    ลิเวอร์พูล ทะลุเข้าชิงดำด้วยการผ่าน อาร์เซน่อล มาด้วยสกอร์รวม 2-0 นัดนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะไม่มี โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ที่มีอาการบาดเจ็บ และต้องลุ้นอาการของ ดิโอโก้ โชต้า ขณะที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู ควีวิน เคลเลเฮอร์ จะได้รับโอกาสลงเฝ้าเสา นอกนั้นผู้เล่นชุดหลักพร้อมลุยนำโดย เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาติป, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,ฟาบินโญ่, ติอาโก้, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่ และ หลุยส์ ดิอาซ

    สำหรับคู่นี้ผลบอลที่เจอกันมาในรอบ 5 เกมหลังสุด ลิเวอร์พูล เอาชนะไปได้ 2 นัด ส่วน เชลซี เก็บชัยไป 1 นัด และเสมอกันไป 2 นัดล่าสุด
ฟันธง : หงส์แดง แจ้งเกิด
คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

ผลงานที่เจอกันล่าสุด

วันที่รายการทีมVSทีม
14 พ.ค. 65 เอฟเอ คัพ เชลซี 0 - 0 ลิเวอร์พูล
2 ม.ค. 65 พรีเมียร์ลีก เชลซี 2 - 2 ลิเวอร์พูล
28 ส.ค. 64 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 1 - 1 เชลซี
5 มี.ค. 64 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 0 - 1 เชลซี
20 ก.ย. 63 พรีเมียร์ลีก เชลซี 0 - 2 ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดล่าสุด

วันที่รายการทีมVSทีม
22 พ.ค. 65 พรีเมียร์ลีก เชลซี 2 - 1 วัตฟอร์ด
20 พ.ค. 65 พรีเมียร์ลีก เชลซี 1 - 1 เลสเตอร์
14 พ.ค. 65 เอฟเอ คัพ เชลซี 0 - 0 ลิเวอร์พูล
12 พ.ค. 65 พรีเมียร์ลีก ลีดส์ 0 - 3 เชลซี
7 พ.ค. 65 พรีเมียร์ลีก เชลซี 2 - 2 วูล์ฟแฮมป์ตัน
วันที่รายการทีมVSทีม
22 พ.ค. 65 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3 - 1 วูล์ฟแฮมป์ตัน
18 พ.ค. 65 พรีเมียร์ลีก เซาแฮมป์ตัน 1 - 2 ลิเวอร์พูล
14 พ.ค. 65 เอฟเอ คัพ เชลซี 0 - 0 ลิเวอร์พูล
11 พ.ค. 65 พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า 1 - 2 ลิเวอร์พูล
8 พ.ค. 65 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 1 - 1 สเปอร์ส

สถิติ

เชลซี ลิเวอร์พูล

โอกาสยิงประตู

10 19

ยิงเข้ากรอบ

4 6

ยิงไม่เข้ากรอบ

6 13

ถูกบล๊อค

3 9

ยิงจากในกรอบเขตโทษ

8 15

ยิงจากนอกกรอบเขตโทษ

3 5

ผ่านบอล

544 638

ผ่านบอลสำเร็จ

414 505

เปอร์เซ็นต์ผ่านบอลสำเร็จ

76.1 79.15

สร้างโอกาสบุก

120 168

โอกาสบุกที่สร้างความอันตราย

67 79
เชลซี ลิเวอร์พูล

เปอร์เซ็นต์การครองบอล

46 54

ทำฟาวล์

14 10

เตะมุม

2 11

ล้ำหน้า

7 1

ใบเหลือง

3 1

ใบแดง

0 0

ป้องกันประตู

6 4

จำนวนการเปลี่ยนตัว

5 5

ลูกเตะจากประตู

6 7

ฟรีคิก

8 14

ทุ่มบอล

16 27

รายชื่อผู้เล่น

เชลซี
3-4-2-1
ตัวจริง

G16E. Mendy

D6Thiago Silva

D2อันโตนิโอ รูดิเกอร์

M28เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า

D14T. Chalobah

M7เอ็นโกโล่ ก็องเต้

M3มาร์กอส อลอนโซ่

A19M. Mount

M8มาเตโอ โควาซิช

A29K. Havertz

A10C. Pulisic

สำรอง

G1เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า

D31M. Sarr

M5Jorginho

D24R. James

M12รูเบน ลอฟตัส-ชีค

M17ซาอูล นิเกซ

A9โรเมลู ลูกากู

A20คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย

A11ติโม่ แวร์เนอร์

เปลี่ยนตัว

เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า | R. James

M. Mount | R. Lukaku
C. Pulisic | T. Werner

มาเตโอ โควาซิช | Jorginho

E. Mendy | K. Arrizabalaga

ลิเวอร์พูล
4-3-3
ตัวจริง

G62C. Kelleher

D4เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค

D26แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

D66เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

D32โจเอล มาติป

A23L. Díaz

M3ฟาบินโญ่

M14จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

A11โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

A10ซาดิโอ มาเน่

M8N. Keïta

สำรอง

G1อลิสซอน

D5I. Konaté

D21K. Tsimikas

M7เจมส์ มิลเนอร์

A18T. Minamino

M15อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

A20ดีโอโก้ โชต้า

A27ดิว็อค โอริกี้

M67H. Elliot

เปลี่ยนตัว

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน | H. Elliott

N. Keïta | J. Milner
ซาดิโอ มาเน่ | Diogo Jota

โจเอล มาติป | I. Konate

L. Díaz | D. Origi