หน้าที่ และ ความผูกพัน - โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ความหวังครั้งใหม่ของ แมนยู (ในตอนนี้ ?)

กลายเป็นกุนซือคนใหม่ของทีมปีศาจแดงไปแล้วสำหรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ตำนานดาวยิงเพชฌฆาตหน้าทารกแห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ชื่อนี้แฟนบอลรุ่นใหม่อาจจะไม่คุ้นหูสักเท่าไรนัก เพราะว่าเขาอาจจะไม่ได้ถูกจดจำในฐานะดาวยิงแบบ ดไวท์ ยอร์ค, แอนดี้ โคล หรือว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย ทว่าตลอด 11 ฤดูกาลกับแมนยู ก่อนเจ้าตัวจะแขวนสตั๊ดก็ยิงให้สโมสรเป็น 100 ลูกเหมือนกันนะทำเป็นเล่นไป

ย้อนกลับไปเมื่อก่อนฤดูกาล 1996-97 จะเริ่มต้นขึ้น ตอนนั้น แมนยู เหลือกองหน้าให้ใช้งานแค่ 2 คนคือ เอริค คันโตน่า กับ แอนดี้ โคล ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่เพียงพอ ทาง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เองก็เลยพยายามจะดึงตัว อลัน เชียเรอร์ มาร่วมทีม ทว่านักเตะไม่สนใจแมนยู ก่อนจะเลือกย้ายไป นิวคาสเซิล และตำนานของ ดาวยิงนอร์วีเจี้ยน ก็ได้เริ่มหลังจากนั้นเมื่อ แมนยู ตัดสินใจซื้อเขามาร่วมทีมจาก โมลด์ ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านปอนด์

สำหรับเหตุการณ์ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ น่าจะถูกแฟนบอลจดจำมากที่สุดก็น่าจะมาจากเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 1999 ที่เขาถูก เซอร์เฟอร์กี้ ส่งลงสนามไปเป็นตัวสำรองก่อนจะยิงประตูชัยให้ แมนยู เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ได้สำเร็จ 2-1 และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขามักจะได้ลงสนามมาเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง ก็เพราะว่าเขาคือคนที่ไว้วางใจได้เสมอกับบทบาทซูเปอร์ซับ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์


จากนั้นเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น โอเล่ ก็ถูกอาการบาดเจ็บตามเล่นงานไม่เลิกรา โดยระหว่างฤดูกาล 2003-2006 เขาได้ลงสนามไปแค่ 24 เกมเท่านั้น และยิงได้แค่ 1 ประตู ก่อนที่จะหายเจ็บกลับมาอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2006-07 พร้อมกับลงสนามไป 32 นัด ยิงได้ 11 และเลือกที่จะปิดฉากอาชีพค้าแข้งของตัวเองไว้เพียงเท่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสุด โดย โซลชาร์ กลายเป็นนักเตะนอร์เวย์ที่ประสบควมสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังคว้า 6 แชมป์พรีเมียร์ลีก, 2 แชมป์เอฟเอฟคัพ และ 1 แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

หลังจากเลิกเล่น โซลชาร์ ก็ยังคงไม่ไปไหน โดยใช้เวลาฝึกปรือวิชากับทาง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในงานด้านโค้ชต่อไป ก่อนที่เขาจะรับงานเป็นกุนซือให้ทีมสำรองของทีมปีศาจแดง โดยตอนนั้น ปอล ป็อกบา คือหัวใจของทีมก่อนที่ แมนยู ชุดสำรอง จะคว้าแชมป์ลีกสำรองไปครองได้สำเร็จเมื่อฤดูกาล 2009-10 จากนั้น เจ้าตัวก็ได้เดินทางกลับไปรับงานเป็นกุนซือใหญ่อย่างเป็นทางการให้กับ โมลด์ สโมสรของเขาในอดีตนั่นเอง

โดยผลงานของเขากับทาง โมลด์ นับว่ายอดเยี่ยม เมื่อสามารถนำ โมลด์ ก้าวขึ้นเป็นแชมป์ลีก นอร์เวย์ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสรเมื่อปี 2011 และต่อเนื่องในปี 2012 ก่อนที่ปี 2014 คาร์ดิฟฟ์ จะดึงตัวเขามาคุมทีม ทว่าเส้นทางในพรีเมียร์ลีกของ โซลชาร์ ในฐานะกุนซือช่างโหดร้ายเมื่อเขานำทีมเอาชนะคู่แข่งได้เพียง 9 ครั้ง ก่อนจะถูกไล่ออกในที่สุด และแน่นอนว่า คาร์ดิฟฟ์ ก็ตกชั้นลงไปสู่ ลีก แชมเปี้ยนส์ชิพ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

แน่นอนว่าการกลับมายัง พรีเมียร์ลีก ครั้งนี้ กับภารกิจกู้สถานการณ์ของ แมนยู นั้นหนักหนาจริง ๆ แต่นั่นก็คือสิ่งที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ต้องพิสูจน์ในกึ๋นของเขาว่าเมื่อได้รับโอกาสให้คุมทีมใหญ่อย่างแมนยู ซึ่งเป็นความฝันของเขาว่าสักวันอยากจะคุมอดีตต้นสังกัดดูบ้างจะเป็นยังไง และตอนนี้โอกาสมาถึงแล้วเขาจะต้องพยายามงัดไม้เด็ดออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อโอกาสของตัวเอง และเพื่อแฟน ๆ ทุกคนที่คาดหวังในตัวเขาพอสมควร

ทั้งนี้ เมื่อครั้งอดีตที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ปอล ป็อกบา คือหัวใจในทีมสำรองแมนยูชุดที่ โซลชาร์ พาคว้าแชมป์ลีกสำรองมาได้ มาถึงตอนนี้ ทั้ง ป็อกบา และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ต่างเป็นตัวจริง ในลีกจริงแล้ว มันถึงเวลาแล้วที่ทั้งคู่ต้องแสดงผลงานออกมาให้ดีที่สุด เพราะอย่างน้อย ๆ แฟน ๆ แมนยู คงอยากจะเห็นทีมของตัวเองกลับไปอยู่ในตำแหน่งท็อปโฟร์ให้ได้

ภาพข่าว : AFP

ขอบคุณข้อมูลจาก : skysports.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หน้าที่ และ ความผูกพัน - โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ความหวังครั้งใหม่ของ แมนยู (ในตอนนี้ ?) โพสต์เมื่อ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 16:20:57 9,724 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP