สตีฟ แม็คคลาเรน อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมบ้านผลบอลแมนยู ออกมาเปิดเผยผ่านพอดแคสต์ถึงเหตุการณ์ตึงเครียดในสนามซ้อมที่เป็นจุดเริ่มต้นของความบาดหมางระหว่าง เอริค เทน ฮาก และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยระบุว่าเทน ฮาก เป็นกุนซือที่ยึดมั่นในปรัชญาอย่างรุนแรง และไม่มีการผ่อนปรนให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569
โดยรายละเอียดเชิงลึกระบุว่า เทน ฮาก ต้องการให้ โรนัลโด้ รับบทบาทเป็น "ด่านแรกในการไล่บีบพื้นที่" โดยสั่งให้เขาวิ่งบีบแดนหลังคู่แข่งอย่างน้อย 2-3 ครั้งติดต่อกันก่อนจะถอยกลับมาคุมพื้นที่ตรงกลางเพื่อลุยผลบอลสดในตารางบอล ซึ่ง แม็คคลาเรน เล่าว่า เขาเคยเตือน โรนัลโด้ เป็นการส่วนตัวแล้วว่า "ถ้าคุณทำไม่ได้ หรือคุณไม่ยอมทำตามที่เขาสั่ง เขาจะไม่ส่งคุณลงสนามแน่ ๆ ผมบอกเลยว่าเขาจะไม่เลือกคุณ" ซึ่งคำเตือนนี้กลายเป็นความจริงเมื่อ เทน ฮาก ยอมหักไม่ยอมงอ ดรอป CR7 เป็นตัวสำรองอย่างต่อเนื่องเพียงเพราะนักเตะไม่สามารถเล่นตามระบบเพรสซิ่งที่เขาต้องการได้
.jpg)
นอกจากนั้น แม็คคลาเรน ชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่สำคัญคือผู้จัดการทีมคนอื่นอาจจะยอม โอนอ่อนผ่อนตาม ให้กับนักเตะระดับตำนานอย่าง กัปตันทีมชาติโปรตุเกส เพื่อให้ทีมเดินหน้าต่อได้ แต่สำหรับ เทน ฮาก แล้ว แผนการเล่นต้องมาก่อนตัวบุคคลเสมอ ความขัดแย้งนี้ไม่ใช่แค่การทะเลาะวิวาททั่วไป แต่เป็น สภาวะคุมเชิง ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในสงครามประสาทครั้งนี้ ซึ่งสุดท้ายเทน ฮาก ก็เลือกที่จะยึดถือแนวทางของตัวเองจนนำไปสู่บทสัมภาษณ์ระเบิดลงของโรนัลโด้ และการแยกทางที่อื้อฉาวที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร
ทั้งนี้แหล่งข่าวระบุว่าฝ่าย โรนัลโด้ รู้สึกว่าเขา ถูกเข้าใจผิด และไม่ได้รับความเคารพในฐานะมืออาชีพ เพราะในสายตาของเขา งานไล่บอลควรจะเป็นหน้าที่ของทั้งทีม ไม่ใช่มาบีบคั้นให้กองหน้าวัยเก๋าอย่างเขาทำหน้าที่เพรสซิ่งเหมือนเด็กวัยรุ่น ในขณะที่ เทน ฮาก ก็มองว่าไม่มีใครใหญ่กว่าระบบสโมสร การปะทะกันทางความคิดนี้จึงไม่มีทางจบลงด้วยดีได้เลย และกลายเป็นแผลเป็นในใจของทั้งคู่มาจนถึงปัจจุบัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : mirror.co.uk
ภาพข่าว : AFP





