แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวา แมนยู ออกมาสดุดีการทำทีมของ ไมเคิล คาร์ริค ว่าเป็นการปฏิรูปสโมสรอย่างแท้จริง พร้อมชี้เป้าว่าดาวยิงค่าตัวแพงอย่าง เบนจามิน เชสโก้ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะยกระดับทีมไปอีกขั้น
แมนยู แซงเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปด้วยผลบอลสด 2-1 ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ ผีแดง ยืดสถิติชนะ 6 จาก 7 นัดหลังสุด แต่ยังส่งให้พวกเขาทะยานขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของ พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023
โดยเกมนี้ เบญจามิน เซสโก้ กองหน้าเจ้าของค่าตัว 74 ล้านปอนด์ โหม่งประตูชัยให้ แมนยู เก็บ 3 แต้มไปได้สำเร็จ และทางแกรี่ เนวิลล์ มองว่า ดาวเตะชาวสโลวีเนีย รายนี้คือผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของเกมได้ด้วยตัวเอง ซึ่งการที่ เซสโก้ กดไปถึง 7 ประตูจากการลงสนาม 8 นัดหลังสุด ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคือคำตอบที่ใช่สำหรับทีม "ผมต้องบอกว่าประตูของเบนจามิน เซสโก้ สวยงามมากจริง ๆ นี่เป็นการโหม่งที่ยอดเยี่ยม เป็นการโหม่งที่ถูกต้องเลย"

"ตอนนี้เขามีความมั่นใจแล้ว และวันนี้เขาก็ได้ลงเป็นตัวจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นหลังจากฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาของเขา ความมั่นใจ ประตู การจบสกอร์"
"บอกเลยว่าประตูที่เขายิงได้นั้นยอดเยี่ยมมาก เขาพัฒนาขึ้นอย่างมากจริง ๆ ไมเคิล คาร์ริคไม่เคยเลือกเขาลงเล่นตัวจริงในทีมมาก่อน จนกระทั่งวันนี้ ดังนั้นเขาจึงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวเขาอยู่บ้าง ว่าเขายังไม่พร้อมหรือยังไม่ดีพอ"
"ผมคิดว่าเขากำลังช่วยให้ เซสโก้ กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดี และนั่นจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับ แมนฯยู เพราะพวกเขาไม่สามารถปล่อยให้กองหน้าตัวกลางที่เข้ามาสู่สโมสรแล้วล้มเหลวได้ พวกเขาทำไม่ได้จริง ๆ"

"ถ้า คาร์ริค สามารถดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของเขาออกมาได้ นั่นหมายความว่าในช่วงซัมเมอร์ คุณจะสามารถมุ่งเน้นไปที่ตำแหน่งอื่นๆ เช่น กองกลาง เนื่องจาก คาเซมิโร่ กำลังจะย้ายออกไป คุณอาจจะไปเน้นที่ตำแหน่งแบ็กซ้าย และแบ็กขวา เพราะพวกเขายังมีปัญหาในตำแหน่งเหล่านั้นอยู่และจำเป็นต้องแก้ไข"
"แต่บางทีตอนนี้คุณอาจจะปล่อยผู้เล่นแนวรุกไปได้บ้าง เพราะคุณมี เซสโก้, คุนญา, เอ็มเบอโม่, บรูโน่, อามัด, เมาท์ พวกเขาจะสร้างปัญหาให้กับทุกทีมได้"
"คาร์ริค ได้ยกระดับมูลค่าของ แมนยู ขึ้นเป็นสองหรือสามเท่าจากสมัยที่ รูเบน อโมริม เขาทำให้ผู้เล่นที่เราเคยดูถูกดูแคลนกลายเป็นผู้เล่นที่ดีจริง ๆ แน่นอนว่าเจ้าของทีมจะพอใจ เพราะมีการสูญเสียไปอย่างมากมายจนน่าเหลือเชื่อ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่"
ข้อมูลจาก mirror.co.uk/sport/football
ภาพจาก AFP





