กลายเป็นข่าวฉาวไปทั่วโลกสำหรับเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย คัมเปโอนาโต มิไนโร ประเทศบราซิล เมื่อชัยชนะด้วยผลบอลสด 1-0 ของ ครูเซโร เหนือ อัตเลติโก มิไนโร ต้องถูกกลบด้วยเหตุการณ์ตะลุมบอนสุดระห่ำในช่วงท้ายเกม
โดยงานนี้ผู้เล่นทั้งสองฝั่งรวมถึงซุปตาร์อย่าง ฮัลค์ ต่างตบะแตกแลกหมัดเข่าศอกกันนัวเนีย จนผู้ตัดสินต้องสั่งลงโทษไล่ออกย้อนหลังรวมกันถึง 23 คน ซึ่งเป็นสถิติที่น่าตกใจที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอล
ชนวนเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่เหลือเพียง 30 วินาทีสุดท้าย เมื่อ เอแดร์สัน นายด่าน ครูเซโร ปะทะกับคู่แข่งอย่าง เอแวร์ซอน จนฟิวส์ขาด ก่อนจะเกิดการปะทะกันรุนแรงทำให้แข้งทั้งสองทีมกรูเข้ามาผสมโรง จังหวะนี้ ลูคัส โรเมโร่ ดาวเตะ ครูเซโร กระโดดถีบยอดอก เอแวร์ซอน เข้าอย่างจัง ตามด้วยการแลกหมัดระหว่าง คริสเตียน กับ ลิยานโก้ จนสถานการณ์ควบคุมไม่ได้ และต้องระงับการแข่งขันทันทีนานกว่า 10 นาที
Brezilya’da Cruzeiro - Atletico Mineiro derbisinde büyük kavga çıktı. pic.twitter.com/oNkuxiKJ6V
— FutbolArena (@futbolarena) March 9, 2026
ไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ ฮัลค์ อดีตดาวยิงชื่อดังชาวบราซิล ที่สวมบทโหดเดินหน้าแลกหมัด และลูกเตะกับผู้เล่นฝั่งตรงข้ามแบบไม่ยั้ง หลังจากที่เจ้าตัวโดน ลูคัส วิลลาลบา เตะเข้าใส่ก่อน ฮัลค์ สวนคืนทั้งหมัด และแข้งใส่ทั้ง โรเมโร่ และ เรนาน โลดี จนตำรวจ และทหารต้องถือโล่บุกเข้ามาในสนามเพื่อแยกคู่กรณีออกจากกัน ขณะที่ผู้ตัดสินต้องขอกำลังอารักขาเป็นพิเศษเนื่องจากกลัวความไม่ปลอดภัยท่ามกลางความบ้าคลั่งของนักเตะ
ในรายงานหลังเกม ผู้ตัดสิน มาเธอุส กานดานก้า ระบุว่าไม่สามารถชูใบแดงในสนามได้ทันทีเนื่องจากเหตุการณ์วุ่นวายเกินกว่าจะควบคุม แต่ภายหลังมีการยืนยันบทลงโทษไล่ออกย้อนหลังให้นักเตะรวมถึง 23 ราย โดยแบ่งเป็นฝั่ง ครูเซโร 12 คน และ อัตเลติโก มิไนโร อีก 11 คน รวมถึง ฮัลค์ ซึ่งผู้ตัดสินบรรยายในบันทึกว่ามีการใช้ความรุนแรงทั้งการใช้เข่ากระแทกใบหน้า และการเตะเข้าที่ศีรษะอย่างรุนแรงในขณะที่บอลไม่ได้อยู่ในการครอบครอง
hulk saindo no soco com geral pic.twitter.com/WmYxesxldL
— out of context brasileirão (@oocbrsao) March 8, 2026
แม้ ครูเซโร จะคว้าแชมป์ไปครองด้วยสกอร์ 1-0 แต่ชัยชนะครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยคราบเลือด และเสียงวิจารณ์ถึงเรื่องระเบียบวินัยที่ย่ำแย่ของฟุตบอลบราซิล เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่วงการลูกหนังแซมบ้าต้องจดจำไปอีกนาน เมื่ออารมณ์ที่พลุ่งพล่านเกินขอบเขตได้ทำลายมนต์เสน่ห์ของเกมนัดชิงชนะเลิศลงไปอย่างราบคาบ ท่ามกลางบทลงโทษหนักที่รอแข้งขาโหดกลุ่มนี้อยู่ในภายหลัง
ข้อมูลจาก mirror.co.uk/sport/football
ภาพจาก





