งานนี้ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ถึงขั้นต้องบินด่วนกลับไปรักษาตัวที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เพื่อโอกาสหายทันทุบสถิติฟุตบอลโลกสมัยที่ 6 ของตัวเอง หลังจากประสบปัญหาอาการบาดเจ็บแฮมสตริง
ชนวนเหตุของความกังวลเกิดขึ้นในเกมที่ อัล นาสเซอร์ เอาชนะ อัล เฟย์ฮา ด้วยผลบอล 3-1 โดย โรนัลโด้ มีอาการกะเผลกจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกม และมีการใช้ถุงน้ำแข็งประคบที่หลังเข่าทันทีบนม้านั่งสำรอง
ซึ่งผลการตรวจอย่างละเอียดพบว่ากล้ามเนื้อมีการฉีกขาดที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้สโมสรตัดสินใจปล่อยตัวให้ ซีอาร์7 เดินทางไปรับการดูแลจากนักกายภาพบำบัดส่วนตัวที่สเปน ซึ่งเป็นทีมงานที่เขามั่นใจที่สุดมาตั้งแต่สมัยค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด
เพื่อเป็นการเร่งวันคัมแบ็ก โรนัลโด้ ได้เผยภาพตัวเองขณะรับการบำบัดด้วยเทคนิค Pressotherapy คือการใช้แรงดันอากาศนวดเพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลือง และลดการอักเสบ ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric Chamber) เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เร็วกว่าปกติถึงเท่าตัว โดยเจ้าตัวตั้งเป้าที่จะกลับมาลงสนามให้ได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ เพื่อรักษาสถานะจ่าฝูงของทีมในลีกที่เขากำลังนำเป็นดาวซัลโวด้วยผลงาน 21 ประตูจาก 22 นัด
อาการบาดเจ็บครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ทีมชาติโปรตุเกส ที่มีโปรแกรมอุ่นเครื่องครั้งสำคัญในการทัวร์อเมริกาเหนือเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ ฟุตบอลโลก 2026 โดยทัพฝอยทองมีคิวจะดวลกับ เม็กซิโก ในวันที่ 28 มีนาคม และ สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ซึ่งกุนซือ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ จะประกาศรายชื่อขุนพลในวันที่ 20 มีนาคม ทำให้ โรนัลโด้ เหลือเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ในการพิสูจน์ความฟิตว่าดีพอจะร่วมเดินทางไปกับทีมหรือไม่
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์จะดูบีบรัด แต่สื่อต่างประเทศ และผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อมั่นในวินัย และสภาพร่างกายระดับสูงของ โรนัลโด้ โดยมองว่าระยะเวลาพักฟื้นที่ประเมินไว้น่าจะเพียงพอที่จะทำให้เขาฟิตสมบูรณ์ทันศึกฟุตบอลโลกที่จะเปิดฉากขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้แน่นอน ซึ่งหากทำได้สำเร็จ เขาจะกลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ถึง 6 สมัยติดต่อกัน
ข้อมูลจาก thesun.co.uk/sport/football/
ภาพจาก AFP, instagram.com/cristiano/





