คาร์โล อันเชล็อตติ อดีตกุนซือระดับตำนานของ เรอัล มาดริด ซึ่งปัจจุบันไปคุมทัพทีมชาติบราซิล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แบบเปิดอกถึงเบื้องหลังความล้มเหลวในฤดูกาลสุดท้ายของเขาที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว โดยระบุว่าการเข้ามาของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ เกิดขึ้นในช่วงที่เคมี และโครงสร้างความเป็นผู้นำของทีมกำลังเปลี่ยนผ่านพอดี
ในแง่ของสถิติส่วนตัว เอ็มบั๊ปเป้ ทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งในฤดูกาลแรกกับ มาดริด โดยล่าผลบอลซัดไปถึง 44 ประตู 5 แอสซิสต์จาก 58 นัดในทุกรายการ พร้อมคว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของลา ลีกา 31 ประตู และยังคว้ารางวัล รองเท้าทองคำยุโรป มาครองได้สำเร็จ ทว่าผลงานระดับปรากฏการณ์นี้กลับไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ ราชันชุดขาว ป้องกันแชมป์ลีกหรือแชมป์ยุโรปได้เลย
อันเชล็อตติ อธิบายว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้าของ เอ็มบั๊ปเป้ โดยกล่าวว่า "ฟุตบอลเปลี่ยนแปลงได้ด้วยปัจจัยเพียงไม่กี่อย่าง และนั่นก็ทำให้เคมีในทีมเปลี่ยนไปด้วย มันไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยน โทนี่ โครส เป็น เอ็มบั๊ปเป้ ในปีเดียวกันนั้น"
.jpg)
"นาโช่ ก็ย้ายออกไป ดานี่ การ์บาฆาล ก็บาดเจ็บ และ ลูก้า โมดริช ก็ได้ลงเล่นน้อยลง นักเตะรุ่นเก่าที่เคยสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมในห้องแต่งตัวนั้นหายไปแล้ว และต้องมีนักเตะรุ่นใหม่เข้ามา ซึ่งต้องมีทั้งบุคลิก คุณสมบัติ และแบบอย่างที่ดี มันไม่ได้เกิดขึ้นในพริบตา มันต้องใช้เวลา"
"เอ็มบั๊ปเป้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ยิงไปประมาณ 50 ประตู แต่ทีมก็ประสบปัญหาในการคว้าแชมป์ เพราะฟุตบอลเป็นเรื่องของรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และเมื่อคุณเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง มันก็ไม่ได้ดีเสมอไป นักเตะรุ่นใหม่ของ มาดริด ต้องการเวลาเพื่อสร้างตำนานของพวกเขาเอง"
ข้อมูลจาก goal.com/en
ภาพจาก AFP





