ลิโอเนล เมสซี่ ยังคงสร้างตำนานไม่หยุดหลังพา อินเตอร์ ไมอามี่ บุกชนะ นิวยอร์ก ซิตี้ ด้วยผลบอล 3-2โดยเจ้าตัวซัดฟรีคิกสุดงามระยะ 30 หลา เป็นประตูที่ 71 จากลูกนิ่ง แซงหน้าตำนานอย่าง เปเล่ ขึ้นไปรั้งอันดับ 2 ตลอดกาล ทว่าไฮไลท์กลับถูกเบี่ยงเบนความสนใจด้วยภาพลวงตาจากสายไฟที่พาดผ่านหน้าจอรอบสนามจนแฟนบอลพากันงงทั้งโลก
เหตุการณ์ชวนฉงนเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทอดสดที่สนามแยงกี้ สเตเดี้ยม เมื่อมีเส้นสายไฟปริศนาพาดผ่านหน้ากล้อง ทำให้ผู้ชมทางบ้านหลายคนเข้าใจผิดว่ามีสายไฟหล่นลงมาวางระเกะระกะอยู่บนผืนหญ้า จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียล บางคนถึงกับแซวว่า "ลีกนี้เหมือนโลกจำลองเข้าไปทุกที" ขณะที่แฟนบอลตาดีบางส่วนออกมาแก้ต่างว่ามันคือสายไฟกล้องที่ขึงอยู่กลางอากาศสูงกว่าพื้นสนามกว่า 50 ฟุตต่างหาก
GOOOOOL! Another free-kick goal by him. 🔟🪄 pic.twitter.com/Jeb9L8CPB5
— Inter Miami CF (@InterMiamiCF) March 22, 2026
ในส่วนของรูปเกม อินเตอร์ ไมอามี่ เริ่มต้นได้สวยนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 4 จาก กอนซาโล่ ลูฮัน แต่เจ้าถิ่นไม่ยอมง่ายๆ รัวคืนสองลูกรวดพลิกแซงเป็น 2-1 อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 61 "คิงเลโอ" ก็แผลงฤทธิ์ปั่นฟรีคิกสุดคมบอลพุ่งมุดโคนเสาเข้าไปอย่างเหลือเชื่อ ช่วยให้ทีมตีเสมอ 2-2 ได้ทันควัน ก่อนที่ มิคาเอล จะมาซัดประตูชัยในนาทีที่ 74 ส่งให้ไมอามี่เก็บ 3 แต้มสำคัญกลับบ้านได้สำเร็จ
ประตูฟรีคิกนัดนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยทีมชนะแล้ว ยังส่งให้เมสซี่ที่เพิ่งฉลองประตูที่ 900 ในอาชีพการค้าแข้งไปไม่นาน ทำสถิติยิงฟรีคิกแซงหน้า เปเล่ (70 ลูก) ขึ้นไปอยู่อันดับ 2 ของโลก โดยตอนนี้เขาตามหลังเจ้าพ่อฟรีคิกอย่าง จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่ (77 ลูก) เพียงแค่ 6 ประตูเท่านั้น
ข้อมูลจาก thesun.co.uk/sport/football/
ภาพจาก AFP, x.com/InterMiamiCF





