แม้จะกวาดมาแล้วทุกแชมป์ตลอด 9 ปีกับ ลิเวอร์พูล แต่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน กลับทำตัวให้น่านับถือยิ่งกว่าเดิมด้วยการปฏิเสธที่จะเรียกตัวเองว่าตำนาน โดยเขามองว่าหน้าที่เดียวที่เขาต้องการทำคือการสู้เพื่อสโมสร และแฟนบอลจนวินาทีสุดท้ายก่อนอำลาทีมรักไปหลังจบฤดูกาลนี้
หลังจาก โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ประกาศอำลาทีมไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดถึงคิวของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ที่ยืนยันว่าจะอำลาทีมแบบไร้ค่าตัวหลังจบฤดูกาลนี้ โดยเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกโล่งอกที่ได้บอกความจริงกับแฟนบอลเสียที เพื่อที่จะได้ใช้ช่วงเวลาที่เหลือทุ่มเทให้สโมสรอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องมีคำถามค้างคาใจ

ร็อบโบ้ รำลึกความหลังตั้งแต่วันที่ย้ายมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวเพียง 8 ล้านปอนด์ จนกลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่ช่วยพาทีมชูถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก และแชมป์ยุโรป "ผมจะปล่อยให้คนอื่นตัดสินว่าผมเป็นตำนานของ ลิเวอร์พูล หรือไม่"
"ผมคิดว่าถ้าคุณรู้จักผมดีพอแล้วว่าผมจะไม่มีวันยอมรับเรื่องนั้น แต่ตั้งแต่นาทีแรกที่ผมเข้ามาในสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ ผมก็อยากประสบความสำเร็จ ผมอยากนำถ้วยรางวัลกลับมาสู่สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ พยายามช่วยให้เรากลับไปอยู่ในจุดที่ผมเชื่อว่าสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ควรอยู่
"ผมภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ยอดเยี่ยมเหล่านั้น ซึ่งประสบความสำเร็จได้ สโมสรมีความหมายกับผมมาก ผู้คนในสโมสรมีความหมายกับผมมาก แฟน ๆ ก็ให้การต้อนรับผมเสมอ"
"ผมยังจำการลงสนามนัดแรกของผมกับ คริสตัล พาเลซได้เสมอ ตอนนั้นผมยังแทบไม่มีใครรู้จัก แน่นอนว่าตอนนั้นผมย้ายมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์ ผมลงเล่นนัดประเดิมสนาม และแฟนบอล เดอะค็อป ก็ร้องเพลงเรียกชื่อผมแล้ว มันเป็นช่วงเวลาที่ผมแทบไม่เชื่อเลย"
"จากนั้นอีกสามเดือนต่อมา ผมก็หายไป ซึ่งผมก็ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ นึกถึงเรื่องนี้บ่อย ๆ เมื่อผมได้โอกาส นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมก้าวต่อไปในช่วงเวลานั้น และเมื่อผมได้รับโอกาส ผมก็แค่อยากทำให้คนในสโมสร และแฟนบอลภาคภูมิใจในตัวผมในฐานะแบ็กซ้ายที่พวกเขาเห็นลงเล่นทุกสัปดาห์"

"พวกเขาดีกับผมมาก ๆ เหลือเชื่อเลย พวกเขาสนับสนุนผมเสมอมา และมองผมในแง่บวกเสมอ ผมคงขออะไรที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว ทั้งแฟนคลับ และเพื่อนร่วมทีมในสนามฝึกซ้อม พวกเขาคอยให้กำลังใจผมเสมอ ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ผมจะมองย้อนกลับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ๆ ผมก็รู้สึกซาบซึ้งใจบ้างในบางครั้ง"
"ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา การบอกลาทุกคนคงเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นเวลาที่ควรทำเช่นนั้น และก็เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองกับ 9 ปีที่เราได้อยู่ด้วยกัน"
.jpg)
ข้อมูลจาก mirror.co.uk/sport/football
ภาพจาก AFP





