จากยอดหอคอยสู่ก้นเหว : 10 ปีที่พลิกผันของ เลสเตอร์ ซิตี้ จากแชมป์พรีเมียร์ลีกสู่หายนะตกชั้น 2 ปีซ้อน

        ไม่มีใครคาดคิดว่าเทพนิยายที่สวยงามที่สุดในโลกฟุตบอลจะจบลงด้วยเรื่องราวเช่นนี้ เมื่อบ้านผลบอล เลสเตอร์ ซิตี้ อดีตแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2016 ต้องเผชิญกับฝันร้ายที่กลายเป็นจริงด้วยการตกชั้นติดต่อกัน 2 ฤดูกาล จนต้องลงไปเริ่มต้นใหม่ในตารางบอลระดับ ดิวิชั่น 1 ฤดูกาลหน้า หลังจากเพิ่งกระเด็นตกจากลีกสูงสุดมาได้เพียงปีเดียว ซึ่งความตกต่ำครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของฟุตบอล แต่มันคือบทเรียนราคาแพงของสโมสรที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยกย่องว่าเป็นโมเดลของการบริหารงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรป

เลสเตอร์

        ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ในฤดูกาล 2015/16 ทัพ "จิ้งจอกสยาม" สร้างปาฏิหาริย์หักปากกาเซียนทั่วโลกด้วยการคว้าผลบอลสดเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยมีแต้มทิ้งห่างอันดับสองถึง 10 คะแนน พร้อมสถิติที่โลกต้องจารึก แต่นับจากจุดสูงสุดนั้น กราฟของสโมสรกลับค่อย ๆ ดิ่งลงอย่างน่าใจหาย สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้นในระยะหลัง โดยเฉพาะเรื่องการเสริมทัพที่เคยเป็นจุดแข็ง แต่กลับกลายเป็นจุดอ่อนร้ายแรง เมื่อสโมสรสูญเสียขุมกำลังหลัก และไม่สามารถหาตัวตายตัวแทนที่เหมาะสมได้ รวมถึงปัญหาเพดานค่าเหนื่อยที่พุ่งสูงจนกลายเป็นภาระหนักอึ้ง

        รอยร้าวที่ลึกที่สุดเกิดขึ้นในฤดูกาล 2024/25 เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องอำลา พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษด้วยการจบอันดับที่ 18 ของตาราง แม้แฟนบอลจะหวังว่าการลงไปเล่นใน แชมเปียนชิพ จะเป็นเพียงการ "ถอยเพื่อก้าวกระโดด" แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้ายกว่านั้น เมื่อสโมสรถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาทางการเงินจนถูกสั่งหักคะแนน (Points Deduction) ถึง 6 คะแนนจากการละเมิดกฎ Profit and Sustainability Rules (PSR) ซึ่งกลายเป็นโซ่ตรวนที่ฉุดรั้งทีมให้จมดิ่งสู่โซนอันตรายตลอดทั้งฤดูกาล 2025/26

เลสเตอร์

        ส่วนในแง่ของสถิติ ความตกต่ำครั้งนี้สะท้อนผ่านตัวเลขที่น่าตกใจ หากเทียบกับปีที่พวกเขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซึ่งชนะถึง 23 นัดและแพ้เพียง 3 นัดตลอดฤดูกาล แต่ในฤดูกาลล่าสุดที่กำลังจะผ่านไป พวกเขากลับกำชัยชนะได้เพียงไม่กี่นัด และมีช่วงเวลาที่เลวร้ายด้วยการชนะเพียง 1 จาก 16 เกมหลังสุด การสูญเสียความมั่นใจในสนามประกอบกับความกดดันนอกสนามทำให้ขุนพลจิ้งจอกชุดนี้ดูไร้ทิศทาง แม้จะมีมูลค่านักเตะรวมกันสูงที่สุดในลีกรอง แต่ผลลัพธ์กลับสวนทางกับค่าตัวอย่างสิ้นเชิง

        การตกชั้นสู่ ดิวิชั่น 1 ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์สโมสร 142 ปี (ครั้งแรกคือปี 2008/09) แต่มันเจ็บปวดกว่าเดิมหลายเท่าเพราะความล้มเหลวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์ที่ยังไม่ทันจางหายจากความสำเร็จในอดีต แฟนบอลที่เคยร่วมฉลองแชมป์ที่สนาม เลสเตอร์ ซิตี้ สเตเดี้ยม (คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม) ต่างตกอยู่ในอาการช็อก และผิดหวัง เสียงตะโกนจากแฟนบอลสู่บอร์ดบริหารหลังจบเกมกับ ฮัลล์ ซิตี้ ที่ส่งพวกเขาลงเหวอย่างเป็นทางการ เป็นเครื่องยืนยันว่ามนต์ขลังของจิ้งจอกสยามได้เสื่อมสลายลงแล้ว

        บทสรุปของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันนี้คืออุทาหรณ์ของวงการฟุตบอลสมัยใหม่ว่า "ความสำเร็จไม่ได้การันตีความยั่งยืน" หากขาดวิสัยทัศน์ และการบริหารจัดการที่เฉียบคมในวันที่กระแสเงินทุน และกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น จากทีมที่เคยทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ในฐานะแชมป์ พรีเมียร์ลีก วันนี้พวกเขากลับต้องไปเริ่มต้นใหม่ในลีกระดับสามของประเทศ พร้อมโจทย์ใหญ่ที่ว่า จะทำอย่างไรให้ "สุนัขจิ้งจอก" ตัวนี้กลับมาคำรามได้อีกครั้งในวันที่บาดแผลทั่วทั้งตัวยังไม่ได้รับการเยียวยา

เลสเตอร์

[บันทึกสถิติ : เส้นทางประวัติศาสตร์ขาลงของ เลสเตอร์ ซิตี้]

2015/16 : แชมป์พรีเมียร์ลีก – 81 คะแนน (สร้างเทพนิยายแชมป์ที่โลกไม่ลืม)

2020/21 : แชมป์ เอฟเอ คัพ และอันดับ 5 พรีเมียร์ลีก

2022/23 : ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก – จบอันดับ 18 ของตาราง

2023/24 : เลื่อนชั้น (แชมป์ แชมเปียนชิพ) – กลับคืนสู่ลีกสูงสุดภายในปีเดียว

2024/25 : ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก – จบอันดับ 18 ของตาราง (ตกชั้นซ้ำสอง)

2025/26: ตกชั้นจากแชมเปียนชิพ – จบอันดับ 23 ของตาราง (สถานะปัจจุบัน : ร่วงสู่ ดิวิชั่น 1)

ภาพข่าว : AFP

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
จากยอดหอคอยสู่ก้นเหว : 10 ปีที่พลิกผันของ เลสเตอร์ ซิตี้ จากแชมป์พรีเมียร์ลีกสู่หายนะตกชั้น 2 ปีซ้อน อัปเดตล่าสุด 22 เมษายน 2569 เวลา 12:39:50
TOP