ฟีฟ่า ให้ใบแดงของ บาโลกัน คาดโทษไว้ 1 ปี ทันนัดเจอกับ เบลเยียม อ้างกฎมาตรา 27 พบ ทรัมป์ โพสต์ขอบคุณ

ภาพจาก Jamie Squire/AFP
เป็นดราม่ากรุ่น ๆ จากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมื่อสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ยืนยันว่า โฟลาริน บาโลกัน (Folarin Balogun) กองหน้าทีมชาติ สหรัฐอเมริกา ยังสามารถลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่พบกับ เบลเยียม ได้ หลังโทษแบนอัตโนมัติ 1 นัดของเขา ถูกให้คาดโทษไว้ 1 ปี โดยที่ทางฟีฟ่าไม่ได้ให้เหตุผลเพิ่มเติม นอกจากอ้างมาตรา 27 ตามระเบียบวินัยฟีฟ่าฯ (FIFA Disciplinary Code)
โดยวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า กองหน้าดาวเด่นวัย 25 ปี ซึ่งเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของสหรัฐฯ ในทัวร์นาเมนต์นี้ โดนแจกใบแดงหลังทำฟาวล์ในเกมรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่ สหรัฐฯ พบกับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งตามกฎของฟีฟ่า นักเตะที่ได้รับใบแดง จะถูกแบนอัตโนมัติ 1 นัด แต่แถลงการณ์จากคณะกรรมการวินัยฟีฟ่าที่ให้คาดโทษ 1 ปี บาโลกัน นำมาซึ่งการตั้งคำถามว่ามีการแทรกแซงใด ๆ จากสหรัฐฯ ที่เป็นเจ้าภาพหรือไม่
รายงานหลายฉบับระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์ไปหาประธานฟีฟ่าในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้มีการทบทวนใบแดงดังกล่าว แต่ทาง BBC ยังไม่สามารถยืนยันรายงานเหล่านี้ได้
อย่างไรก็ตาม พบว่า ทรัมป์ ได้โพสต์ขอบคุณฟีฟ่าต่อการตัดสินนี้ และบน X ของทำเนียบขาว ก็ได้รีทวิตข่าวดังกล่าวพร้อมระบุ "USA-USA-USA"

ภาพจาก X @WhiteHouse
แม้จะมีคำถามเกิดขึ้นมากมายต่อคำตัดสินของฟีฟ่า ซึ่งตามกฎจริง ๆ บาโลกัน ควรโดนแบนอย่างน้อย 2 นัด จากการทำฟาวล์รุนแรง แต่แถลงการณ์ของฟีฟ่าไม่ได้ให้เหตุผลหรือคำอธิบายใด ๆ ต่อการเปลี่ยนโทษแบนอัตโนมัติเป็นรอลงอาญา 1 ปี แค่อ้างว่าเป็นไปตามมาตรา 27 ของกฎฟีฟ่า
สำหรับมาตรา 27 อนุญาตให้ฟีฟ่าสามารถระงับการบังคับใช้มาตรการทางวินัยได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ทำให้ฟีฟ่าตัดสินใจดำเนินการได้ตามที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ากฎเกณฑ์อื่น และมาตรา 27 ก็ไม่เคยถูกนำมาใช้กับฟุตบอลโลกมาก่อน

ภาพจาก Patrick T. Fallon / AFP
คำตัดสินดังกล่าวทำให้ เบลเยียม ไม่พอใจอย่างยิ่ง โดยสมาคมฟุตบอลเบลเยียมได้ออกแถลงการณ์ในวันที่ 5 กรกฎาคม ว่ารู้สึกประหลาดใจที่ บาโลกัน ได้รับอนุญาตให้ลงเล่น และยืนกรานว่าการตัดสินใจดังกล่าวขัดแย้งกับกฎของทัวร์นาเมนต์ ที่ระบุว่าผู้เล่นจะถูกแบนอัตโนมัติจากการแข่งขันนัดถัดไปของทีม






