กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนหลังจบศึก ฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศ เมื่อชัยชนะ 1-0 ของ สเปน เหนือ อาร์เจนตินา ต้องแปดเปื้อนไปด้วยเหตุการณ์ตะลุมบอนดุเดือดหลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย นำโดย เลอันโดร ปาเรเดส ที่ฟิวส์ขาดเข้าใส่ผู้เล่นสเปน
ชนวนเหตุความเดือดเริ่มปะทุขึ้นเมื่อ เลอันโดร ปาเรเดส กองกลางฮาร์ดแมนของ อาร์เจนตินา เกิดฟิวส์ขาด เดินตรงดิ่งเข้าชาร์จใส่ เอริก การ์เซีย แนวรับสเปน ก่อนจะเอามือคว้าเข้าที่บริเวณคออย่างรุนแรง จังหวะนั้นทำเอา กาบี มิดฟิลด์ดาวรุ่งสายบวกของทัพ กระทิงดุ ทนไม่ไหว รีบพุ่งตัวเข้ามาเผชิญหน้าดวลฝีปากกับ ปาเรเดส ทันที
วานนี้ส่งผลให้ผู้เล่นของทั้งสองทีมรวมถึงกุนซือ ลิโอเนล สกาโลนี่ ต้องรีบวิ่งกรูเข้าแยกสถานการณ์ก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้ ซึ่งสุดท้ายผู้ตัดสินเดินมาชูใบแดงไล่ ปาเรเดส ออกจากสนามเซ่นพฤติกรรมดังกล่าวแม้เกมจะจบลงไปแล้วก็ตาม

เจาะชนวนเหตุความเดือด : อาร์เจนตินา เน้นติดดาบ ก่อนสังเวยใบแดงช่วงทดเจ็บ
หากย้อนดูตลอด 120 นาทีของเกมนี้ อาร์เจนตินา ลงเล่นด้วยสไตล์ดุดัน และเน้นเกมปะทะที่หนักหน่วงเพื่อดึง สเปน เข้าสู่เกมที่พวกเขาถนัดเน้นตื้อ และตัดฟาวล์ ทว่าความหงุดหงิด และการควบคุมอารมณ์ที่หลุดไปเองกลายเป็นอาวุธร้ายที่ย้อนกลับมาทำลายทัพ ฟ้าขาว:
นาทีที่ 52 (จุดเริ่มตึงเครียด): เลอันโดร ปาเรเดส รอดพ้นการโดนใบเหลืองที่สองอย่างหวุดหวิด หลังเจ้าตัวไปผลักหลัง โรดรี่ ซึ่งทีมงานผู้ตัดสินในตอนนั้นมองไม่เห็นจังหวะดังกล่าว ทว่าสุดท้าย ปาเรเดส ก็มาโดนใบเหลืองคาดโทษจนได้จากการไปผลัก ดานี่ โอลโม่ ล้มลงในจังหวะประทะคารมต่อเนื่อง
นาทีที่ 82 (เหลืองแรกของเอ็นโซ่): เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โดนใบเหลืองใบแรกจากการเข้าไฟต์ประท้วงผู้ตัดสินหลังไม่พอใจคำตัดสินจังหวะฟาวล์
นาทีที่ 93 (ใบแดงจุดเปลี่ยน): อาร์เจนตินา ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงทดเจ็บของเวลาปกติ เมื่อ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ พุ่งเสียบสกัดสุ่มเสี่ยง และรุนแรงใส่ เปา กูบาร์ซี่ กองหลังดาวรุ่ง สเปน จนลอยคว้างตัวม้วนกลางอากาศ ผู้ตัดสินชูใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกทันที

และการต้องลงเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วยตัวผู้เล่นที่น้อยกว่า 10 ต่อ 11 คน กลายเป็นงานที่หนักหนาสาหัสเกินไปสำหรับทัพ ฟ้าขาว แม้พวกเขาจะแสดงจิตวิญญาณนักสู้ และหัวใจนักรบออกมาตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ก็ตาม และความพ่ายแพ้ในนัดชิงครั้งนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่ อาร์เจนตินา เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ระดับนานาชาติแล้วพลาดแชมป์ นับตั้งแต่ศึก โกปา อเมริกา 2019 เป็นต้นมา
ในเกมระดับนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ตัดสินกันด้วยรายละเอียดเพียงเล็กน้อย อาร์เจนตินา เลือกที่จะใช้ความดุดันเพื่อทำลายระบบทีมที่สมบูรณ์แบบของสเปน
ทว่าใบแดงจากการควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ของ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ในช่วงท้ายเกมปกติกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตัดยอดความหวังในช่่วงต่อเวลาพิเศษไปอย่างสิ้นเชิง และภาพการหลุดฟิวส์ขาดของ เลอันโดร ปาเรเดส หลังจบเกม ก็เป็นเครื่องตอกย้ำว่า วันนี้ขุนพล ฟ้าขาว พ่ายแพ้ให้แก่ความนิ่ง และเยือกเย็นของขุนพล กระทิงดุ อย่างราบคาบ ทั้งในเกมและนอกเกม
🚨🥊 Full scenes after final whistle.@MickyJnr__ 🎥 pic.twitter.com/ZXCvAFkHwy
— Fabrizio Romano (@FabrizioRomano) July 20, 2026
ข้อมูลจาก foxsports.com
ภาพจาก AFP






