แมตช์อุ่นเครื่องปรีซีซันนัดดาร์บี้แมตช์ต่างแดนที่สนามโครก พาร์ก กรุงดับลิน จบลงด้วยการเสมอกันในเวลา 1-1 ระหว่าง แมนยู และ ลีดส์ ก่อนที่ทัพ ปีศาจแดง จะเอาชนะในการดวลจุดโทษคว้าถ้วย Boyle Sports Cup ไปครอง
ซึ่งโปรแกรมบอลเกมนี้เผยให้เห็นทั้งสัญญาณที่ดีจากแนวรุกตัวใหม่ และจุดโหว่เรื่องความคมที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ ไมเคิล คาร์ริค จะรีบทำการบ้านก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญถอดรหัสจากเกมนี้ก่อนพรีเมียร์ลีกจะเริ่มขึ้น

1. แมนยู ขาดความเฉียบคม
เกมนี้ แมนยู ครองบอล และมีโอกาสเล่นในพื้นที่สุดท้ายมากกว่า แต่ปัญหาคือยังเปลี่ยนความได้เปรียบให้เป็นประตูไม่ได้ โจชัว เซิร์กเซ่ ยิงให้ทีมขึ้นนำจากการทำเกมอันยอดเยี่ยมของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ แต่หลังจากนั้น ปีศาจแดง กลับไม่สามารถปิดเกมได้ แม้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะพยายามสร้างความแตกต่างด้วยความสามารถเฉพาะตัว ขณะที่ช่วงท้ายเกมยังมีจังหวะยิงชนคานอีกด้วย
2. โจชัว เซิร์กเซ่ ขอพิสูจน์ตัวเอง
ประตูของ เซิร์กเซ่ ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับกองหน้าชาวดัตช์ หลังอนาคตของเขาตกอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถามมาตลอดช่วงที่ผ่านมา และมีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายกลับไปค้าแข้งในอิตาลี ดาวเตะวัย 25 ปีใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีในการทำประตูจากจังหวะสวนกลับ และการจบสกอร์แบบสัมผัสแรกอย่างมั่นใจอาจช่วยเพิ่มโอกาสให้เขาอยู่ในแผนของ คาร์ริค ต่อไป

3. ลีดส์ แสดงให้เห็นถึงขุมกำลังคุณภาพ
หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนตัวของ ลีดส์ ที่ส่งนักเตะใหม่ลงสนามถึง 10 คนในครึ่งหลัง แต่กลับทำผลงานได้ดีขึ้นกว่า 45 นาทีแรก โดยมีทั้ง อันตอน ชตาค, อีธาน แอมพาดู, โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน และ แฮร์รี่ วิลสัน ลงมาสร้างความแตกต่าง สิ่งนี้สะท้อนว่าทีมของ แดเนียล ฟาร์เค่ มีขุมกำลังที่ดูพร้อมรับมือในการกลับมาเล่น พรีเมียร์ลีก มากขึ้น หลังผ่านตลาดซื้อ-ขายมาแล้วสองรอบ
4. บทเรียนของ ไทเลอร์ เฟล็ตเชอร์
ตำแหน่งกองกลางคือจุดที่ แมนยู พยายามยกระดับในตลาดรอบนี้ และ ไทเลอร์ เฟล็ตเชอร์ กองกลางวัย 19 ปีที่ทำผลงานได้ดีตลอดปรีซีซัน ต้องเจอบทเรียนสำคัญเมื่อความชะล่าใจเสียบอลในแดนตัวเองเพียงไม่กี่วินาที กลายเป็นชนวนเหตุให้ แดน เจมส์ ฉกบอลไปจ่ายให้ เบรนเดน อารอนสัน ยิงประตูตีเสมอ 1-1 ให้ ลีดส์ ทันที ย้ำเตือนว่าในระดับสูง ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวจะถูกลงโทษทันที

5. สงครามดอกกุหลาบ ยังคงดุเดือด
แฟนบอล 82,000 คน เข้ามาเต็มความจุสนาม โครก พาร์ก (สนามที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยุโรป) ยืนยันได้ดีว่าศักดิ์ศรี และความเป็นคู่ปรับระหว่าง แมนยู กับ ลีดส์ ไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย แม้จะเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่องในไอร์แลนด์ แต่บรรยากาศ และอารมณ์ร่วมของนักเตะทั้งสองทีมยังคงเดือดจัดสมเป็นหนึ่งในศึกดาร์บี้แมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลอังกฤษ ทำให้เชื่อใจได้เลยว่าเกมระหว่าง 2 ทีมนี้ในศึก พรีเมียร์ลีก จะต้องดุเดือดเลือดพล่านแน่นอน
ข้อมูลจาก mirror.co.uk/sport/football
ภาพจาก AFP






