การอำลาอาร์เจนตินาของ ลิโอเนล เมสซี่ กับตำนานราชาสถิติแห่งวงการฟุตบอล

        ลิโอเนล เมสซี่ ปิดฉากเส้นทางรับใช้ทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างเป็นทางการ หลังประกาศอำลาทีมชาติเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 ในวัย 39 ปี หลังผ่านเส้นทางกับทัพ "ฟ้าขาว" ยาวนานถึง 21 ปี

        เมสซี่ จบภารกิจในนามทีมชาติด้วยสถิติ 207 นัด 125 ประตู ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของ ทีมชาติอาร์เจนตินา ทั้งในด้านจำนวนเกม และประตู และยังคงเดินหน้าค้าแข้งระดับสโมสรกับบ้านผลบอลทีม อินเตอร์ ไมอามี่ ต่อไป

        จากเด็ก โรซาริโอ สู่ตำนาน บาร์เซโลน่า

ลิโอเนล เมสซี่

        เส้นทางของ เมสซี่ เริ่มต้นที่เมือง โรซาริโอ ก่อนย้ายไป สเปน และเข้าสู่อะคาเดมี ลา มาเซีย ของ บาร์เซโลน่า ในปี 2000 จากนั้นเขาก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2004 และกลายเป็นหัวใจสำคัญของหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

        ตลอดช่วงเวลา 2004-2021 เมสซี่ ลงสนามให้บาร์เซโลน่า 778 นัด ยิง 672 ประตู กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร พร้อมครองสถิติยิงมากที่สุดในลาลีกา 474 ประตู และคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีก หรือ พิชิชี โทรฟี่ ถึง 8 สมัย

        หนึ่งในตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นใน ฤดูกาล 2011-12 เมื่อเขายิงถึง 73 ประตูจาก 60 นัด ขณะที่ปี 2012 เมสซี่ สร้างสถิติยิงรวมถึง 91 ประตูในปีปฏิทินเดียว ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในสถิติที่น่าเหลือเชื่อที่สุดของวงการฟุตบอล

        8 บัลลงดอร์ กับยุคทองของบาร์เซโลน่า

ลิโอเนล เมสซี่

        ความสุดยอดของ เมสซี่ ไม่ได้มีเพียงจำนวนประตู เพราะตลอดช่วงเวลากับ บาร์เซโลน่า เขาคว้าแชมป์ ลา ลีกา 10 สมัย, โกปา เดล เรย์ 7 สมัย, สแปนิช ซูเปอร์ คัพ 8 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย

        เขายังช่วย บาร์เซโลน่า คว้า 3 แชมป์ในฤดูกาล 2008-09 และ 2014-15 ซึ่งกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้ทั้งสโมสร และตัวเขาเองถูกจดจำในฐานะหนึ่งในทีม และนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุค

        ในระดับส่วนตัว เมสซี่คว้า บัลลงดอร์ 8 สมัย มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และคว้ารางวัลรองเท้าทองคำยุโรป 6 สมัย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความสม่ำเสมอของเขาตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งระดับสูงสุด

        จากความผิดหวัง สู่แชมป์ที่ อาร์เจนตินา รอคอย

ลิโอเนล เมสซี่

        เส้นทางของ เมสซี่ กับทีมชาติไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเคยแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2014 รวมถึงแพ้นัดชิง โคปา อเมริกา 2015 และ 2016 จนถึงขั้นประกาศอำลาทีมชาติชั่วคราวหลังความผิดหวังในปี 2016

        แต่การกลับมาของเขากลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

        เมสซี่ พาอาร์เจนตินาคว้า แชมป์โคปา อเมริกา 2021 ก่อนต่อยอดด้วยแชมป์ Finalissima 2022 (เป็นการแข่งขันระหว่าง แชมป์ยูโร กับ แชมป์โคปา อเมริกา โดย อาร์เจนตินา เอาชนะ อิตาลี 3-0)

        และความสำเร็จสูงสุดอย่าง ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่ง อาร์เจนตินา เอาชนะ ฝรั่งเศส ในการดวลจุดโทษ หลังเสมอกันสุดมัน 3-3 ในเวลา 120 นาทีจากนั้นเขายังพา อาร์เจนตินา ป้องกันแชมป์ โคปา อเมริกา ได้อีกครั้งในปี 2024 ทำให้ช่วงปลายอาชีพทีมชาติของ เมสซี่ กลายเป็นยุคแห่งความสำเร็จอย่างแท้จริง

ลิโอเนล เมสซี่

        ฟุตบอลโลก 2026 บทสุดท้ายของ เมสซี่

        ฟุตบอลโลก 2026 เป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของ เมสซี่ กับ อาร์เจนตินา และเขายังสามารถพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อีกครั้ง แม้สุดท้ายจะพ่าย สเปน 0-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

        เมสซี่ จบเส้นทาง ฟุตบอลโลก ด้วยการลงเล่น 34 นัดจาก 6 สมัย ได้แก่ 2006, 2010, 2014, 2018, 2022 และ 2026 ซึ่งเป็นสถิติการลงสนามสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก นอกจากนี้ยังยิงไป 21 ประตูในฟุตบอลโลก รั้งอันดับ 2 ของดาวยิงสูงสุดตลอดกาล รองจาก คีลิยัน เอ็มบัปเป้

        เขายังเป็นนักเตะคนแรกที่คว้ารางวัล Golden Ball หรือผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฟุตบอลโลกถึง 2 ครั้ง หลังได้รับรางวัลในปี 2014 และ 2022

        

        ตัวเลขที่บอกความยิ่งใหญ่ของ ลิโอเนล เมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่

        207 นัด — ลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินามากที่สุด
        125 ประตู — ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของอาร์เจนตินา
        34 นัด — ลงเล่นฟุตบอลโลกมากที่สุด
        21 ประตู — อันดับ 2 ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลโลก
        6 สมัย — เข้าร่วมฟุตบอลโลกมากที่สุดในระดับชาย
        2 ครั้ง — คว้ารางวัล Golden Ball ฟุตบอลโลก
        1 ครั้ง — แชมป์ฟุตบอลโลก ปี 2022
        2 ครั้ง — แชมป์โคปา อเมริกา ปี 2021 และ 2024
        1 ครั้ง — เหรียญทองโอลิมปิก ปี 2008
        1 ครั้ง — แชมป์ Finalissima ปี 2022
        8 ครั้ง — บัลลง ดอร์ มากที่สุดในประวัติศาสตร์

        ตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราว เพราะความยิ่งใหญ่ของ เมสซี่ ไม่ได้อยู่ที่การยิงประตูเพียงอย่างเดียว เขายังโดดเด่นเรื่องการสร้างสรรค์เกม การจ่ายบอล การเลี้ยงบอล ลูกฟรีคิก และความสามารถในการควบคุมจังหวะการแข่งขัน ซึ่งทำให้เขาสามารถเป็นทั้งผู้ยิง และผู้สร้างเกมในระดับสูงสุดได้อย่างยาวนาน

        บทใหม่กับ อินเตอร์ ไมอามี่

ลิโอเนล เมสซี่

        การอำลาทีมชาติไม่ได้หมายความว่า เมสซี่ แขวนสตั๊ด เพราะเขายังคงค้าแข้งกับ อินเตอร์ ไมอามี่ ในศึก เมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ โดยสัญญาปัจจุบันของเขามีถึงปี 2028

        หลังย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาเล่นในสหรัฐฯ เมื่อปี 2023 เมสซี่ ช่วย อินเตอร์ ไมอามี่คว้าแชมป์ Leagues Cup ในปีเดียวกัน ก่อนมีส่วนสำคัญกับความสำเร็จของสโมสรในช่วงเวลาต่อมา แม้เข้าสู่ช่วงปลายอาชีพ แต่ เมสซี่ ยังคงสร้างผลงานทั้งการยิงประตู และแอสซิสต์ในระดับที่น่าทึ่ง

        ราชาแห่งสถิติ

ลิโอเนล เมสซี่

        ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ทำให้ชื่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ยืนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลไม่ใช่เพียงจำนวนถ้วยแชมป์หรือรางวัลส่วนตัว แต่คือความสามารถในการรักษามาตรฐานระดับสูงได้ยาวนานกว่าสองทศวรรษ

        จากเด็กชายตัวเล็ก ๆ แห่ง โรซาริโอ สู่ดาวรุ่งของ บาร์เซโลน่า จากนักเตะที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความสำเร็จกับทีมชาติ สู่กัปตันผู้พา อาร์เจนตินา คว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก

        เมสซี่ อำลาทีมชาติในปี 2026 พร้อมกับสถิติ 207 นัด 125 ประตู และแชมป์รายการใหญ่ที่เคยเป็นสิ่งที่เขาถูกตั้งคำถามมาตลอดชีวิตการค้าแข้ง

        เมื่อบทสุดท้ายกับ อาร์เจนตินา ถูกปิดลง สิ่งที่เหลืออยู่คือสถิติ ถ้วยแชมป์ และเรื่องราวของนักฟุตบอลคนหนึ่งที่แทบไม่เหลืออะไรให้ต้องพิสูจน์อีกแล้ว

ข้อมูลจาก dailysabah.com/sports/football

ภาพจาก AFP

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
การอำลาอาร์เจนตินาของ ลิโอเนล เมสซี่ กับตำนานราชาสถิติแห่งวงการฟุตบอล โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 2569 เวลา 14:08:55
TOP