คดีละเมิดกฎการเงินของ แมนซิตี้ กลายเป็นหนึ่งในประเด็นใหญ่ที่สุดของ พรีเมียร์ลีก หลังมีการหยิบบทลงโทษของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ เอฟเวอร์ตัน มาเปรียบเทียบ จนเกิดการคำนวณว่า หากนำโทษตัดแต้มเฉลี่ย 4 คะแนนต่อการกระทำผิดหนึ่งครั้งมาคูณกับข้อค้นพบ 114 ครั้ง แมนซิตี้ อาจถูกตัดแต้มสูงถึง 456 คะแนน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียงการคำนวณ ไม่ใช่หลักเกณฑ์หรือบทลงโทษที่ พรีเมียร์ลีก ประกาศใช้จริง โดยที่ผ่านมา ฟอเรสต์ ถูกตัด 4 คะแนน ขณะที่บ้านผลบอลสโมสร เอฟเวอร์ตันเคยถูกตัด 10 คะแนน ก่อนลดเหลือ 6 คะแนนหลังอุทธรณ์ และยังถูกตัดอีก 2 คะแนนจากอีกคดีหนึ่ง
แต่กรณีเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า พรีเมียร์ลีก กำหนดอัตราตายตัวว่าการละเมิดกฎการเงินหนึ่งครั้งต้องถูกตัด 4 คะแนน เพราะข้อกล่าวหาของ แมนซิตี้ ครอบคลุมกฎหลายประเภท หลายฤดูกาล และพฤติการณ์ที่แตกต่างกันตลอดช่วง 9 ปี

ประเด็นสำคัญในคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอิสระคือ การบันทึกรายได้จากสัญญาสปอนเซอร์ในช่วงปี 2009-10 ถึง 2017-18 ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 830 ล้านปอนด์ โดยคณะกรรมการเห็นว่ารายการบางส่วนควรถูกบันทึกเป็นเงินทุนจากผู้ถือหุ้นแทนรายได้
นอกจากนี้ยังพบว่าค่าใช้จ่ายบางส่วนถูกบันทึกต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้งบการเงินไม่ได้สะท้อนฐานะทางการเงินที่แท้จริงของสโมสร พร้อมระบุว่ามีความพยายามหลีกเลี่ยงกฎ พรีเมียร์ลีก อย่างชัดเจน รวมถึงการขัดขวางการสอบสวนในหลายประเด็นตามข้อกล่าวหา
ด้วยเหตุนี้ การกำหนดบทลงโทษจึงต้องพิจารณามากกว่าจำนวนครั้งที่พบการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่เกิดเหตุ ความได้เปรียบทางการเงินและการแข่งขัน เจตนา ตลอดจนพฤติการณ์ระหว่างการสอบสวน

บทวิเคราะห์ยังยกกรณี เวสต์แฮม ในคดีการลงทะเบียน คาร์ลอส เตเบซ และ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ซึ่งสโมสรถูกปรับเงิน 5.5 ล้านปอนด์โดยไม่ถูกตัดแต้ม ก่อนจ่ายเงินชดเชยให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ราว 20 ล้านปอนด์หลังมีข้อพิพาททางกฎหมายหลายปี เพื่อชี้ให้เห็นว่าการลงโทษทางวินัยกับการชดเชยความเสียหายเป็นคนละเรื่องกัน
อีกคำถามสำคัญคือ หากสโมสรอื่นได้รับความเสียหายทางการเงินจากพฤติการณ์ของ แมนซิตี้ จะสามารถพิสูจน์ความเสียหาย และเรียกร้องค่าชดเชยได้มากน้อยเพียงใด เพราะการอ้างว่าได้รับผลกระทบไม่เท่ากับการพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำของอีกฝ่ายโดยตรง
ขณะเดียวกัน การย้อนกลับไปเปลี่ยนผลการแข่งขันหรือแชมป์ พรีเมียร์ลีก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแทบไม่อาจทำได้อย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากมีปัจจัยมากมายที่อาจเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของแต่ละฤดูกาล
.jpg)
สำหรับแนวทางลงโทษ ผู้เขียนบทวิเคราะห์เสนอความเห็นส่วนตัวว่า แมนซิตี้ ควรถูกตัด 50 คะแนน ปรับเงิน 83 ล้านปอนด์ และห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่เป็นเวลา 3 ปี พร้อมเสนอให้พิจารณาการห้ามแข่งขันฟุตบอลยุโรปอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาลภายใต้กระบวนการของยูฟ่า รวมถึงมาตรการต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จด้วย แต่ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียน ไม่ใช่บทลงโทษที่ พรีเมียร์ลีก ประกาศหรือข้อยุติของคดี
ท้ายที่สุด ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า แมนซิตี้ ควรถูกตัด 456 คะแนนหรือไม่ แต่คือ พรีเมียร์ลีก จะกำหนดบทลงโทษอย่างไรให้สอดคล้องกับข้อค้นพบ มีเหตุผลรองรับ และใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกสโมสร
เพราะหากโทษเบาเกินไปก็อาจเกิดคำถามถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎ แต่หากลงโทษรุนแรงโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ก็อาจนำไปสู่ข้อโต้แย้ง และการอุทธรณ์ที่ยืดเยื้อได้เช่นกัน
ข้อมูลจาก thesun.co.uk/sport
ภาพจาก AFP






