ส่องทีมจากเอเชียใน ฟุตบอลโลก 2026 ใครมีลุ้นไปได้ไกลที่สุด ?

        ครั้งแรกกับระบบ 48 ทีม ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 งานนี้ตัวแทนจากเอเชียต้องโคจรไปพบกับยักษ์ใหญ่ระดับโลก และชาติเจ้าภาพ มาร่วมเช็คลิสต์ความยากง่ายของแต่ละกลุ่ม พร้อมประเมินโอกาสเข้ารอบต่อไปของทีมจากเอเชีย

        1. ญี่ปุ่น – กลุ่ม F

        เพื่อนร่วมสาย: เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, ตูนิเซีย
        ระดับความยาก: 3.5 / 5

        แม้จะต้องชนกับยักษ์ใหญ่รอบจัดอย่าง เนเธอร์แลนด์ รวมถึง สวีเดน แต่ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของทีม "ซามูไรบลูส์" ที่ยิงถล่มทลายในรอบคัดเลือกบวกกับระเบียบวินัยขั้นสูง รวมถึงช่วงหลังมักจะเล่นงานทีมใหญ่ของยุโรปได้มากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาดีพอที่จะเบียดเอาชนะ ตูนิเซีย และสู้กับทีมจากยุโรปได้อย่างสูสี โอกาสเข้ารอบในฐานะอันดับ 1 หรือ 2 ของกลุ่มถือว่าสูง

        2. เกาหลีใต้ – กลุ่ม A

        เพื่อนร่วมสาย: เม็กซิโก (เจ้าภาพ), แอฟริกาใต้, เช็กเกีย
        ระดับความยาก: 4 / 5

        งานหยาบไม่น้อยสำหรับทัพ "โสมขาว" เพราะต้องเจอ เม็กซิโก ที่ได้เปรียบในฐานะเจ้าภาพ และพลังเชียร์ในบ้าน แถมยังมี เช็กเกีย ที่เล่นได้เหนียวแน่นสไตล์ยุโรปตะวันออก ขุมกำลังของ เกาหลีใต้ จำเป็นต้องพึ่งความเฉียบคมของแดนหน้าเป็นหลัก โอกาสเข้ารอบค่อนข้างก้ำกึ่ง ต้องไปวัดคมนัดต่อนัดกับ เช็กเกีย และ แอฟริกาใต้ เพื่อแย่งตั๋วใบที่ 2 หรือ 3

        3. อิหร่าน และ ออสเตรเลีย – สองยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียกับบททดสอบสุดหิน

        อิหร่าน (กลุ่ม G - เบลเยียม, อียิปต์, นิวซีแลนด์)

        ระดับความยาก: 3.5 / 5

        ปัญหาของ อิหร่าน คือการรับมือกับ เบลเยียม และการตามประกบ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ของ อียิปต์ แต่ อิหร่าน มีจุดเด่นเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่น และสภาพร่างกายที่ไม่เป็นรอง โอกาสผ่านเข้ารอบต่อไปค่อนข้างพอได้ลุ้น อย่างน้อยในฐานะอันดับ 2 หรืออันดับ 3 ที่ดีที่สุด

        ออสเตรเลีย (กลุ่ม D - สหรัฐอเมริกา, ปารากวัย, ตุรกี)

        ระดับความยาก: 4.5 / 5

        จะเรียกว่าเป็นหนึ่งใน กรุ๊ป ออฟ เดธ ของทีมเอเชียก็ว่าได้ สำหรับ ทัพจิงโจ้ ที่ต้องดวลกับเจ้าภาพ สหรัฐฯ, ปารากวัย สายเคี่ยวจากอเมริกาใต้ และตุรกีจอมเทคนิค เส้นทางนี้ยากลำบากไม่น้อย ออสเตรเลีย ต้องเค้นฟอร์มเก่งระดับท็อปหากหวังจะมีแต้มติดมือ

        

        4. ซาอุดีอาระเบีย และ กาตาร์ – ขาประจำที่เจองานช้าง

        ซาอุดีอาระเบีย (กลุ่ม H - สเปน, อุรุกวัย, เคปเวิร์ด)
        ระดับความยาก: 5 / 5

        เจอศึกหนักที่สุดในบรรดาคู่แข่งเอเชีย เพราะต้องอยู่ร่วมสายกับอดีตแชมป์โลกอย่าง สเปน และยอดทีมจอมโหดอย่าง อุรุกวัย โอกาสริบหรี่ และเป็นเส้นทางที่ยากเข็ญสำหรับ ซาอุดีอาระเบีย

        กาตาร์ (กลุ่ม B - แคนาดา, สวิตเซอร์แลนด์, บอสเนียฯ)
        ระดับความยาก: 4 / 5
        ต้องไปดวลเจ้าภาพ แคนาดา ที่ขุมกำลังคนหนุ่มกำลังคึกคัก และเจอกระดูกชิ้นโตอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่ง กาตาร์ ที่ฟอร์มลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาจากรอบคัดเลือกจะต้องทำการบ้านอย่างหนัก โอกาสเข้ารอบอยู่ในระดับเหนื่อยหนัก

        5. สามม้ามืดหน้าใหม่ – เวทีท้าทายระดับโลก

        อุซเบกิสถาน (กลุ่ม K): ร่วมสายกับ โปรตุเกส, โคลอมเบีย, ดีอาร์ คองโก (ความยาก 4.5 / 5) โอกาสผ่านเข้ารอบยาก แต่เป็นกำไรชีวิตที่จะได้วัดกึ๋นกับทีมระดับท็อป

        อิรัก (กลุ่ม I): ร่วมสายกับ ฝรั่งเศส, เซเนกัล, นอร์เวย์ (ความยาก 4.5 / 5) ต้องรับมือทั้งแนวรุกระดับโลกของฝรั่งเศส และนอร์เวย์ โอกาสรอดถือว่ายากมาก

        จอร์แดน (กลุ่ม J): ร่วมสายกับ อาร์เจนตินา, แอลจีเรีย, ออสเตรีย (ความยาก 4.5 / 5) ต้องเจอกับแชมป์โลกปี 2022 ถือเป็นงานที่ท้าทาย แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ชั้นยอด

        แม้ว่ากติกาการเพิ่มทีมจะช่วยเอื้อให้ทีมอันดับ 3 มีโอกาสหายใจหายคอ แต่มองจากผลการแบ่งสายแล้ว ชาติเอเชียส่วนใหญ่ต้องเจอกับศึกหนักระดับ 4-5 ดาวแทบทั้งสิ้น หากวัดกันที่เสถียรภาพ ขุมกำลัง และตารางการแข่งขันแล้ว ทีมชาติญี่ปุ่น และ ทีมชาติอิหร่าน คือสองตัวแทนที่มีลุ้น และมีโอกาสจับมือกันทะลุถึงรอบน็อกเอาต์ใน ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้

ข้อมูลจาก fifa.com

ภาพจาก AFP

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ส่องทีมจากเอเชียใน ฟุตบอลโลก 2026 ใครมีลุ้นไปได้ไกลที่สุด ? อัปเดตล่าสุด 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:57:30
TOP