อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ก็จะเปิดฉากขึ้น หนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองมากที่สุดอย่าง "อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ก็ได้ทำการประกาศรายชื่อขุนพล 26 คนสุดท้ายออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสายเลือดใหม่ฟอร์มแรงและซูเปอร์สตาร์ระดับเก๋าที่กลับมาช่วยกู้ศรัทธาพาทีมทวงความยิ่งใหญ่
แม่ทัพผู้คุมบังเหียน : ยูเลียน นาเกลส์มันน์
ทัพอินทรีเหล็กชุดนี้ขับเคลื่อนด้วยมันสมองของยอดกุนซือหนุ่มไฟแรงวัย 38 ปี อย่าง ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่จัดทัพลุยทัวร์นาเมนต์ใหญ่หนนี้ นาเกลส์มันน์ ขึ้นชื่อเรื่องการวางหมากที่ทันสมัย ฟุตบอลเกมรุกที่ดุดันรวดเร็ว และกล้าตัดสินใจเลือกผู้เล่นที่สดใหม่ และตอบโจทย์แผนการเล่นของเขามากที่สุด โดยเป้าหมายเดียวของเขาในแผ่นดินอเมริกาเหนือคือการพาเยอรมนีกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ในเวทีระดับโลกอีกครั้ง
ส่องขุมกำลัง 26 ขุนพลอินทรีเหล็ก
ผู้รักษาประตู
มานูเอล นอยเออร์ (บาเยิร์น มิวนิค)
โอลิเวอร์ เบามันน์ (ฮอฟเฟนไฮม์)
อเล็กซานเดอร์ นือเบล (สตุ๊ตการ์ท)
กองหลัง
โยชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)
อันโตนิโอ รูดิเกอร์ (เรอัล มาดริด)
โจนาธาน ทาห์ (บาเยิร์น มิวนิค)
นิโค ชล็อตเตอร์เบ็ค (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)
วัลเดมาร์ อันตอน (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)
มาลิค เจา (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)
ดาวิด รวม (แอลเบ ไลป์ซิก)
นาธาเนียล บราวน์ (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต)
กองกลาง
จามาล มูเซียลา (บาเยิร์น มิวนิค)
เลออน โกเร็ทซ์กา (บาเยิร์น มิวนิค)
อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช (บาเยิร์น มิวนิค)
เลนนาร์ต คาร์ล (บาเยิร์น มิวนิค)
เฟลิกซ์ เมชา (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)
ปาสกาล โกรสส์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)
อันเจโล สติลเลอร์ (สตุ๊ตการ์ท)
คริส ฟือริช (สตุ๊ตการ์ท)
เจมี เลเวลิง (สตุ๊ตการ์ท)
เลรอย ซาเน่ (กาลาตาซาราย)
นาดีม อามิรี (ไมนซ์ 05)
กองหน้า
ไค ฮาแวร์ตซ์ (อาร์เซนอล)
เดนิซ อุนดาฟ (สตุ๊ตการ์ท)
แม็กซิมิเลียน ไบเออร์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)
นิค โวลเทอมาเด (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)
ดาวเด่นประจำทีม (Key Player) : โฟลเรียน เวียตซ์
แม้ว่าในทีมจะมีดาวดังระดับโลก และผู้เล่นประสบการณ์สูงมากมาย แต่หัวใจสำคัญในแนวรุกยุคใหม่ที่อันตรายที่สุดของเยอรมนีชั่วโมงนี้คือ โฟลเรียน เวียตซ์ จอมทัพอัจฉริยะลีกล่าสุดที่เพิ่งย้ายไปร่วมทัพ ลิเวอร์พูล
เวียตซ์ ในวัย 23 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นเพลย์เมกเกอร์ระดับแถวหน้าของโลกอย่างเต็มตัว ด้วยทักษะการสร้างสรรค์เกมที่เหนือชั้น การจ่ายบอลที่เฉียบคมทะลุช่องราวกับมีตาหลัง และความสามารถในการพังประตูด้วยตัวเองในพื้นที่ Final Third ที่เด็ดขาด นาเกลส์มันน์พร้อมดีไซน์แผงเกมรุกโดยให้เวียร์ตซ์จับคู่ประสานงานร่วมกับ จามาล มูเซียลา เพื่อขับเคลื่อนเกม และทลายแนวรับคู่แข่ง ซึ่งผลงานของจอมทัพรายนี้จะเป็นกุญแจสำคัญอย่างยิ่งในการพาทัพ "อินทรีเหล็ก" โบยบินไปสู่ตำแหน่งแชมป์โลกสมัยที่ 5
ภาพข่าว : AFP





