9 กฎใหม่ ฟุตบอลโลก 2026 ปฏิวัติวงการลูกหนัง ดัดหลังสายถ่วงเวลา

        ศึก ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นอกจากจะเป็นครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วมมากถึง 48 ทีมแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และ กรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) เตรียมบังคับใช้กฎใหม่เพื่อยกระดับความโปร่งใส และเร่งสปีดเกมให้เร้าใจยิ่งขึ้น มาเช็กกันว่ามีกฎอะไรบ้างที่แฟนบอลต้องรู้สำหรับศึกบอลโลกหนนี้

        ซึ่งกฎใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาคลาสสิกในโลกฟุตบอล ทั้งเรื่องการถ่วงเวลา แท็กติกสกปรก และเพิ่มความยุติธรรมในการตัดสิน โดยมี 9 กฎเหล็กที่น่าจับตามองดังนี้

        

        1. VAR จับฟาวล์ "ก่อน" เตะมุม/ฟรีคิก (ลงโทษเฉพาะทีมรุก)

        เทคโนโลยี VAR จะเข้ามาจับตาดูการกอด รัด ฟัด เหวี่ยง หรือการบล็อกตัวในเขตโทษก่อนที่ลูกเตะมุมหรือฟรีคิกจะถูกเตะออกมา อย่างไรก็ตาม กฎนี้ระบุว่า จะมีเพียงทีมบุกเท่านั้นที่จะโดนลงโทษ หากทำฟาวล์ก่อนเกมเริ่มเล่น

        2. ป้องปากด่าฝั่งตรงข้ามแบบก้าวร้าว = ใบแดง

        หากผู้เล่นเอามือป้องปากเพื่อพูดจาในลักษณะ "ก้าวร้าวหรือคุกคาม" ใส่คู่แข่งในสนาม กรรมการสามารถแจกใบแดงไล่ออกจากสนามได้ทันที เพื่อลดพฤติกรรมเทรชทอล์กที่รุนแรง

        3. เดินประท้วงออกจากสนาม = ใบแดงอัตโนมัติ

        หากผู้เล่นหรือโค้ชแสดงอาการไม่พอใจคำตัดสิน แล้วเดินวอล์กเอาต์ออกจากสนามเพื่อเป็นการประท้วง จะได้รับใบแดงโดยอัตโนมัติทันที เพื่อป้องกันเหตุการณ์วุ่นวายเหนือกรรมการควบคุม

        4. กฎ 5 วินาที สำหรับการทุ่ม

        ต่อไปนี้ผู้เล่นที่ได้สิทธิ์ทุ่มบอล จะต้องทำการทุ่มภายในเวลา 5 วินาทีเท่านั้น หากปล่อยให้เวลาเลยไป สิทธิ์การทุ่มจะถูกเปลี่ยนไปเป็นของทีมฝั่งตรงข้ามทันที หมดสิทธิ์เดินเลือกมุมทุ่มทอดน่องแบบเดิม

        5. กฎ 5 วินาที สำหรับเตะจากประตู และเตะมุม

        เช่นเดียวกับการทุ่ม ผู้รักษาประตูที่เตะตั้งเตะจากเขตประตู หรือผู้เล่นที่จะเตะมุม มีเวลาจัดการเตะบอลออกจากจุดภายใน 5 วินาที หากเกินเวลา สิทธิ์จะตกเป็นของทีมคู่แข่งทันที

        6. เปลี่ยนตัวต้องออกจากสนามใน 10 วินาที

        ผู้เล่นที่โดนเปลี่ยนตัวออก ต้องรีบเดินหรือวิ่งออกจากสนามภายในเวลา 10 วินาที (ยกเว้นกรณีบาดเจ็บ) หากฝ่าฝืน และใช้เวลาเกิน ผู้เล่นคนใหม่ที่กำลังจะลงสนามทดแทนจะต้องรอสิทธิ์ให้เกมหยุดในจังหวะถัดไปก่อน ถึงจะลงเล่นได้

        7. แกล้งเจ็บถ่วงเวลา ต้องออกไปรอข้างสนาม 1 นาที

        หากผู้เล่นลงไปนอนเจ็บและต้องตัดเข้าสู่กระบวนการปฐมพยาบาลจนต้องออกไปนอกสนาม เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะไม่สามารถวิ่งกลับลงสนามได้ทันที แต่ต้องรอให้เกมดำเนินไปครบ 1 นาทีก่อน เพื่อดัดหลังสายล้มถ่วงเวลา (ยกเว้นกรณีผู้รักษาประตูบาดเจ็บ หรือกรณีได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ)

        8. ขยายอำนาจ VAR ตรวจสอบใบเหลืองที่สอง

        จากเดิมที่ VAR จะแทรกแซงเฉพาะใบแดงโดยตรง ตอนนี้สโคปการทำงานของ VAR จะกว้างขึ้น โดยสามารถยื่นมือเข้ามาเช็กในกรณี "ใบเหลืองที่สอง" (ที่กลายเป็นใบแดง) ได้ รวมถึงเช็กกรณีที่กรรมการแจกใบเหลืองหรือใบแดงผิดคน และเช็กการให้ลูกเตะมุมที่ผิดพลาด

        9. ล็อกเวลาพักดื่มน้ำ (Hydration Break) ทุกแมตช์

        จะมีการหยุดจัด "Cooling Break" นาน 3 นาที ในช่วงกึ่งกลางของแต่ละครึ่งเวลา (ประมาณนาทีที่ 22-23 และ นาทีที่ 67-68) ในทุก ๆ แมตช์การแข่งขันอย่างเป็นทางการ เพื่อความปลอดภัยของนักเตะท่ามกลางสภาพอากาศที่ท้าทาย

        การปรับเปลี่ยนกฎทั้ง 9 ข้อใน ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญที่พยายามทำให้เกมฟุตบอลมีความต่อเนื่อง ลดการหยุดเกมโดยไม่จำเป็น และเพิ่มความเด็ดขาดในการควบคุมพฤติกรรมไร้สปิริต แฟนบอลจะได้เห็นเกมที่รวดเร็ว และตื่นเต้นขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนทีมสต๊าฟโค้ช และนักเตะของทุกชาติต้องเร่งปรับตัวอย่างหนัก

ข้อมูลจาก mirror.co.uk/sport/football/

ภาพจาก AFP

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
9 กฎใหม่ ฟุตบอลโลก 2026 ปฏิวัติวงการลูกหนัง ดัดหลังสายถ่วงเวลา อัปเดตล่าสุด 2 มิถุนายน 2569 เวลา 09:55:57
TOP