อัปเดต 13 ชาติ ตีตั๋วลิ่วรอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026

        ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงนัดสุดท้าย ของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งล่าสุดมีการการันตีแน่นอนแล้วว่าขณะที่ได้ทั้งหมด 13 ชาติ ที่ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว

        มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมวลมนุษยชาติอย่างศึกฟุตบอลโลก 2026 ในระบบการแข่งขันใหม่ที่เพิ่มทีมเป็น 48 ทีม กำลังทวีความมันสะใจแฟนบอลทั่วโลก และล่าสุดสถานการณ์ในรอบแบ่งกลุ่มเริ่มทลายกำแพงความไม่แน่นอนลงเรื่อย ๆ หลังจากหลังจบนัดสุดท้ายของ กลุ่ม เอ, บี และ ซี

        ด้วยระบบตารางบอลใหม่นี้ การันตีแชมป์ และรองแชมป์กลุ่ม 24 ทีม บวกกับอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีม เพื่อไปไขว้เจอกันในรอบตัดเชือกแพ้คัดออก (Round of 32) ทำให้เหล่าทีมยักษ์ใหญ่ต่างเร่งเครื่องเพื่อกุมความได้เปรียบให้เร็วที่สุด ซึ่ง ณ เวลานี้ มี 13 ขุนพลแถวหน้าของโลกที่ทำภารกิจเฟสแรกสำเร็จลุล่วง ลอยลำผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์แน่นอนแล้ว

13 ตีตั๋วเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 (อัปเดตวันที่ 25 มิถุนายน 2569)

        พาไปเจาะลึกดูผลงานอันไร้เทียมทานของทั้ง 13 ทีมแรกที่ตบเท้าเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย

        กลุ่ม A : อันดับ 1 เม็กซิโก, อันดับ 2 แอฟริกาใต้

        เจ้าภาพร่วมอย่าง เม็กซิโก ฟอร์มสุดร้อนแรงถล่ม เช็กเกีย ด้วยผลบอล 3-0 คว้าแชมป์กลุ่มด้วยผลงานหรูชนะรวดทั้ง 3 นัด ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของ แอฟริกาใต้ ที่เฉือนชนะ เกาหลีใต้ 1-0 พลิกสถานการณ์เข้ารอบตาม เม็กซิโก ไปได้สำเร็จ ขณะที่ เกาหลีใต้ ต้องไปลุ้นต่อในการเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด

        กลุ่ม B : อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์, อันดับ 2 แคนาดา, อันดับ 3 ที่ดีที่สุด บอสเนียฯ 

        ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม สวิตเซอร์แลนด์ ชนะเจ้าภาพร่วมอย่าง แคนาดา 2-1 แซงจบอันดับ 1 กอดคอกันเข้ารอบ ส่วนทาง บอสเนียฯ อัด กาตาร์ 3-1 เข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ดีที่สุดได้สำเร็จ

        กลุ่ม C : อันดับ 1 บราซิล, อันดับ 2 แอฟริกาใต้

        เกมที่ 3 ของกลุ่ม บราซิล ถล่ม สกอตแลนด์ 3-0 และ โมร็อกโก ไล่ต้อน เฮติ 4-2 ทำให้กลุ่มนี้ บราซิล ควงคู่ โมร็อกโก เข้ารอบ ส่วนทาง สกอตแลนด์ ต้องไปลุ้นการเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด

         กลุ่ม D : สหรัฐอเมริกา อีกหนึ่งเจ้าภาพร่วมที่ฟอร์มร้อนแรงดุดันไม่แพ้กัน นัดแรกประเดิมทุบ ปารากวัย ยับเยิน 4-1 และเก็บชัยนัดต่อมา ตามเข้ารอบไปอีกทีม

        กลุ่ม E : เยอรมนี บ้านผลบอลทัพอินทรีเหล็กกลายเป็นทีมที่เกมรุกโหดเหี้ยมที่สุดในเวลานี้ นัดแรกเปิดฉากถล่ม กือราเซา ยับเยินเป็นหน้ากลองถึง 7-1 ก่อนจะเก็บชัยชนะนัดที่สองด้วยการพลิกแซงเอาชนะ ไอวอรีโคสต์

        กลุ่ม I : 

        ฝรั่งเศส  อดีตแชมป์โลกยังคงมาตรฐานความเคี่ยวระดับพรีเมียม นัดแรกทุบชนะ เซเนกัล มาแบบสนุก 3-1 ก่อนที่นัดล่าสุดจะเดินหน้าบดเอาชนะ อิรัก ไปอย่างเหนือชั้น 3-0 เก็บ 6 แต้มเต็ม

        นอร์เวย์  ก้าวขึ้นมาเป็นม้ามืดจอมทำลายล้างคู่กับฝรั่งเศส นัดแรกถล่ม อิรัก ไปขาดลอย 4-1 และนัดล่าสุดเฉือนชนะ เซเนกัล ในเกมสุดเดือด 3-2 โดยได้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ระเบิดฟอร์มซัดเบิ้ลพาทีมลิ่วรอบน็อกเอาต์พร้อมกัน

        กลุ่ม J : อาร์เจนตินา แชมป์เก่าเปิดฉากป้องกันแชมป์ได้อย่างเกรียงไกร นัดแรกไล่ต้อน แอลจีเรีย 3-0 โดย ลิโอเนล เมสซี่ กดแฮตทริกอย่างยิ่งใหญ่ และนัดล่าสุดยังคงนิ่ง และเคี่ยว บดชนะ ออสเตรีย ไปอีก 2-0 การันตีเข้ารอบน็อกเอาต์สมราคาเต็งแชมป์

        กลุ่ม K : โคลอมเบีย นัดแรกโชว์ความเก๋าพลิกแซงชนะ อุซเบกิสถาน 3-1 และนัดล่าสุดอาศัยทีเด็ดเฉือนชนะ คองโก ไปได้ 1-0 จากประตูชัยของ แดเนียล มูนยอซ ในนาทีที่ 76 คว้า 6 แต้มเต็มผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ

ภาพข่าว : AFP

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อัปเดต 13 ชาติ ตีตั๋วลิ่วรอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 อัปเดตล่าสุด 25 มิถุนายน 2569 เวลา 14:05:19
TOP