ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงนัดสุดท้าย ของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งล่าสุดมีการการันตีแน่นอนแล้วว่าขณะที่ได้ทั้งหมด 28 ชาติ ที่ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว
มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมวลมนุษยชาติอย่างศึกฟุตบอลโลก 2026 ในระบบการแข่งขันใหม่ที่เพิ่มทีมเป็น 48 ทีม กำลังทวีความมันสะใจแฟนบอลทั่วโลก และล่าสุดสถานการณ์ในรอบแบ่งกลุ่มเริ่มทลายกำแพงความไม่แน่นอนลงเรื่อย ๆ หลังจากหลังจบนัดสุดท้ายของ กลุ่ม จี เอช และ ไอ
ด้วยระบบตารางบอลใหม่นี้ การันตีแชมป์ และรองแชมป์กลุ่ม 24 ทีม บวกกับอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีม เพื่อไปไขว้เจอกันในรอบตัดเชือกแพ้คัดออก (Round of 32) ทำให้เหล่าทีมยักษ์ใหญ่ต่างเร่งเครื่องเพื่อกุมความได้เปรียบให้เร็วที่สุด ซึ่ง ณ เวลานี้ มี 28 ขุนพลแถวหน้าของโลกที่ทำภารกิจเฟสแรกสำเร็จลุล่วง ลอยลำผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์แน่นอนแล้ว
24 ทีมตีตั๋วเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 (อัปเดตวันที่ 27 มิถุนายน 2569)
พาไปเจาะลึกดูผลงานอันไร้เทียมทานของทั้ง 28 ทีมที่ตบเท้าเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย
กลุ่ม A : อันดับ 1 เม็กซิโก, อันดับ 2 แอฟริกาใต้
เจ้าภาพร่วมอย่าง เม็กซิโก ฟอร์มสุดร้อนแรงถล่ม เช็กเกีย ด้วยผลบอล 3-0 คว้าแชมป์กลุ่มด้วยผลงานหรูชนะรวดทั้ง 3 นัด ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของ แอฟริกาใต้ ที่เฉือนชนะ เกาหลีใต้ 1-0 พลิกสถานการณ์เข้ารอบตาม เม็กซิโก ไปได้สำเร็จ ขณะที่ เกาหลีใต้ ต้องไปลุ้นต่อในการเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
กลุ่ม B : อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์, อันดับ 2 แคนาดา, อันดับ 3 ที่ดีที่สุด บอสเนียฯ
ในนัดสุดท้ายของกลุ่ม สวิตเซอร์แลนด์ ชนะเจ้าภาพร่วมอย่าง แคนาดา 2-1 แซงจบอันดับ 1 กอดคอกันเข้ารอบ ส่วนทาง บอสเนียฯ อัด กาตาร์ 3-1 เข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ดีที่สุดได้สำเร็จ
กลุ่ม C : อันดับ 1 บราซิล, อันดับ 2 แอฟริกาใต้
เกมที่ 3 ของกลุ่ม บราซิล ถล่ม สกอตแลนด์ 3-0 และ โมร็อกโก ไล่ต้อน เฮติ 4-2 ทำให้กลุ่มนี้ บราซิล ควงคู่ โมร็อกโก เข้ารอบ ส่วนทาง สกอตแลนด์ ต้องไปลุ้นการเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
กลุ่ม D : อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา, อันดับ 2 ออสเตรเลีย
เจ้าภาพร่วมอย่าง สหรัฐอเมริกา ที่ชนะมาสองนัดรวด ดันพลาดท่าแพ้ให้กับ ตุรกี 2-3 แต่พวกเขาก็ยังจบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ส่วนทาง ปารากวัย เสมอกับ ออสเตรเลีย 0-0 ทำให้ ออสเตรเลีย จบอันดับ 2 เข้ารอบตาม อเมริกา ไป ขณะที่ ปารากวัย ต้องไปลุ้นเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
กลุ่ม E : อันดับ 1 เยอรมนี, อันดับ 2 ไอวอรี่โคสต์, อันดับ 3 ที่ดีที่สุด เอกวาดอร์
บ้านผลบอล เอกวาดอร์ สร้างปาฏิหาริย์ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ ฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างสุดดราม่า หลังฮึดสู้พลิกแซงเอาชนะ เยอรมนี 2-1 ตีตั๋วผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายไปรอพบกับ อังกฤษ เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ เยอรมนี ยังคงลอยลำเข้ารอบในฐานะแชมป์ กลุ่มอี เนื่องจากแต้มขาดไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนทาง ไอวอรี่โคสต์ จบอันดับ 2 ของกลุ่ม
กลุ่ม F : อันดับ 1 เนเธอร์แลนด์, อันดับ 2 ญี่ปุ่น, อันดับ 3 ที่ดีที่สุด สวีเดน
ญี่ปุ่น เสมอ สวีเดน 1-1 เข้ารอบด้วยกันทั้งคู่ โดยทัพ ซามูไรบลู จบอันดับ 2 ของกลุ่ม ซึ่งต้องเข้าไปเจอของแข็งอย่าง บราซิล ในรอบ 32 ทีม ขณะที่ สวีเดน เข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ส่วน เนเธอร์แลนด์ ที่ถล่ม ตูนิเซีย 3-1 จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม
กลุ่ม G : อันดับ 1 เบลเยียม, อันดับ 2 อียิปต์
นัดสุดท้ายของกลุ่ม เบลเยียม รัวถล่ม นิวซีแลนด์ 5-1 พลิกสถานการณ์เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนทาง อียิปต์ เสมอ อิหร่าน ไปแบบดราม่า 1-1 โดย อิหร่าน ได้ประตูในช่วงท้ายเกมแต่ถูกยกเลิกเนื่องจากล้ำหน้า ผลเสมอส่งให้ อียิปต์ ผ่านเข้ารอบจากการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม ขณะที่ อิหร่าน ต้องรอผลการแข่งขันต่อไปว่าจะผ่านเข้ารอบหรือไม่ในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
กลุ่ม H : อันดับ 1 สเปน, อันดับ 2 เคปเวิร์ด
เคปเวิร์ด สร้างประวัติศาสตาร์ผ่านเข้ารอบหลังเสมอกับ ซาอุดีอาระเบีย 0-0 ในเกมนัดสุดท้าย ส่งผลให้พวกเขาเก็บเพิ่มเป็น 3 คะแนนจากการเสมอ 3 นัดรวด คว้าอันดับ 2 ของ กลุ่มเอช ตามหลังแชมป์กลุ่ม สเปน ที่นัดสุดท้ายชนะ อุรุกวัย 1-0 ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์ และผ่านเข้าไปไขว้เจอศึกหนักกับแชมป์เก่าอย่าง อาร์เจนตินา
กลุ่ม I : อันดับ 1 ฝรั่งเศส, อันดับ 2 นอร์เวย์, อันดับ 3 ที่ดีที่สุด เซเนกัล
ในนัดสุเท้าย ฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มสุดโหดไล่ถล่ม นอร์เวย์ ไปด้วยสกอร์ 4-1 คว้าแชมป์กลุ่มกับผลงานชนะ 3 นัดรวด จากความสุดยอดของ อุสมาน เดมเบเล่ ที่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกได้ภายในเวลาเพียง 32 นาทีของครึ่งแรก ส่วนผลอีกคู่ เซเนกัล ยำใหญ่ อิรัก 5-0 เข้ารอบในการเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
28/32 ✅#FIFAWorldCup #Qualified | @McDonalds pic.twitter.com/hOo5f1ZJmz
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) June 27, 2026
กลุ่ม J (เหลืออีก 1 นัด) : อันดับ 1 อาร์เจนตินา
อาร์เจนตินา แชมป์เก่าเปิดฉากป้องกันแชมป์ได้อย่างเกรียงไกร นัดแรกไล่ต้อน แอลจีเรีย 3-0 โดย ลิโอเนล เมสซี่ กดแฮตทริกอย่างยิ่งใหญ่ และนัดล่าสุดยังคงนิ่ง และเคี่ยว บดชนะ ออสเตรีย ไปอีก 2-0 การันตีเข้ารอบน็อกเอาต์สมราคาเต็งแชมป์
กลุ่ม K (เหลืออีก 1 นัด) : อันดับ 1 โคลอมเบีย, อันดับ 2 โปรตุเกส
โคลอมเบีย นัดแรกโชว์ความเก๋าพลิกแซงชนะ อุซเบกิสถาน 3-1 และนัดล่าสุดอาศัยทีเด็ดเฉือนชนะ คองโก ไปได้ 1-0 จากประตูชัยของ แดเนียล มูนยอซ ในนาทีที่ 76 คว้า 6 แต้มเต็มผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ
กลุ่ม L (เหลืออีก 1 นัด) : อันดับ 1 อังกฤษ, อันดับ 2 กานา
ภาพข่าว : AFP






