แผลงฤทธิ์อีกแล้วสำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่โชว์ฟอร์มเทพทำสถิติสุดมหัศจรรย์เป็นคนแรกนับตั้งแต่ยุคของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ในปี 1986 หลังระเบิดพลังพา อาร์เจนตินา พลิกนรกกลับมาแซงชนะ อียิปต์ 3-2 ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนิดที่แฟนบอลทั่วโลกต้องตะลึง
ศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ณ สนามแอตแลนตา สเตเดียม ได้บันทึกฉากดราม่าที่จะต้องถูกเล่าขานไปอีกนานแสนนาน เมื่อแชมป์เก่า อาร์เจนตินา จวนเจียนจะตกรอบหลังโดน อียิปต์ ช็อกโลกนำห่างไปก่อนด้วยผลบอล 2-0 จากประตูของ ยาสเซอร์ อิบราฮิม และ มอสตาฟา ซิโก้
แต่แล้ว "เทพเจ้าลูกหนัง" ลิโอเนล เมสซี่ ก็จัดการเปลี่ยนค่ำคืนที่กำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นมหกรรมแห่งประวัติศาสตร์ ด้วยการมีส่วนร่วมรังสรรค์ปาฏิหาริย์ช่วยให้ อาร์เจนตินา ได้ 3 ประตูรวดในเวลาเพียง 14 นาทีพลิกชนะสุดระทึก 3-2
.jpg)
โดยสถิติจาก OptaJoe ระบุว่า อาร์เจนตินา คือทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ยังตามหลังคู่แข่ง 2 ประตูขึ้นไปจนถึงนาทีที่ 78 ซึ่งเป็นเวลาที่นานที่สุด แต่สามารถพลิกกลับมาชนะได้ในเวลา 90 นาทีโดยไม่ต้องต่อเวลาพิเศษ
ความยอดเยี่ยมในนัดนี้ ไม่ใช่แค่การพาทีมเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปพบ สวิตเซอร์แลนด์ เท่านั้น แต่ เมสซี่ ในวัย 39 ปีนั้นทั้งสร้างสถิติใหม่ และยังทาบสถิติแข้งระดับตำนานอย่าง มาราโดน่า ผ่านตัวเลขเหล่านี้ :
-
9 แอสซิสต์ (สูงสุดตลอดกาล): เมสซี่ ทำสถิติเป็นผู้ทำแอสซิสต์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ที่จำนวน 9 ครั้ง แซงหน้าตำนานรุ่นพี่อย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่เคยทำไว้ 8 ครั้งได้สำเร็จ โดยลูกแอสซิสต์ประวัติศาสตร์เกิดจากการเปิดบอลให้ คริสเตียน โรเมโร่ โหม่งจุดประกายไล่มา 1-2
-
21 ประตู (ดาวยิงสูงสุดตลอดกาล): หลังจากทำแอสซิสต์ได้ไม่นาน เมสซี่ ก็วอลเลย์สุดสวยในนาทีที่ 83 เป็นประตูตีเสมอ 2-2 ซึ่งเป็นประตูที่ 21 ของเขาในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ยืดสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทัวร์นาเมนต์ออกไปอีก (ก่อนที่ เอนโซ่ เฟร์นานเดซ จะมาโหม่งประตูชัยช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2)
-
8 ประตูในทัวร์นาเมนต์เดียว: ประตูในนัดนี้ทำให้เมสซี่ซัดไปแล้ว 8 ลูกในฟุตบอลโลก 2026 นำเดี่ยวเป็นดาวซัลโวสูงสุดแซงหน้า คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิ่งไปกว่านั้น สถิติยิง 8 ประตูจาก 5 นัดแรกของทัวร์นาเมนต์ ถือเป็นตัวเลขที่มากที่สุดนับตั้งแต่ เกิร์ด มุลเลอร์ ของเยอรมนีเคยทำไว้ 10 ประตูในปี 1970
78 - 🇦🇷 Argentina were trailing as of the 78th minute, the latest any team has ever been 2+ goals down in a FIFA World Cup game and come back to win without going to extra time (3-2).
— OptaJoe (@OptaJoe) July 7, 2026
Legendary. pic.twitter.com/sQUtiaoAbL
ทาบสถิติ มาราโดน่า
แม้ในเกมนี้ เมสซี่ จะยิงจุดโทษพลาดในช่วงต้นเกม แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมของเขานั้นมหัศจรรย์ระเบิดเถิดเทิงจนไปเทียบเคียงกับแมตช์ระดับตำนานของ มาราโดน่า ใน ฟุตบอลโลกปี 1986
โดย เมสซี่ กลายเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 40 ปีที่สามารถ ทำประตูได้ เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ 5 ครั้งขึ้นไป และสร้างสรรค์โอกาสจากเกมเปิดได้ 5 ครั้งขึ้นไปในแมตช์เดียวของฟุตบอลโลกรอบน็อกเอาต์ ซึ่งคนล่าสุดที่ทำได้คือ มาราโดน่า ในนัดเจอเบลเยียมปี 1986 นั่นเอง
2 - The last two players to score, complete 5+ dribbles, and create 5+ open play chances in a @FIFAWorldCup match:
— OptaJoe (@OptaJoe) July 7, 2026
🇦🇷 Lionel Messi v Egypt (2026)
🇦🇷 Diego Maradona v Belgium (1986)
Catalysts. pic.twitter.com/iTWhfMSjDh
ข้อมูลจาก goal.com/en
ภาพจาก AFP






