Thailand Web Stat

ฟุตบอลโลก 2018 : รัสเซีย - โครเอเชีย

สนาม : Fisht Stadium

ผลบอลสด Live Score ผลบอล

เดนิส เชริเชฟ 31'

M. Fernandes 115'

Y. Gazinskiy 109'

3-4 จบ 90 นาที 1-1
(0.25)

A. Kramarić 39'

D. Vida 101'

เดยัน ลอฟเรน 35'

I. Strinić 38'

D. Vida 101'

J. Pivarić 114'

รูปภาพ รัสเซีย - โครเอเชีย

ข้อมูลบ้านผลบอล รัสเซีย - โครเอเชีย

โครเอเชีย เอาชนะ รัสเซีย ไปด้วยการดวลลูกโทษชี้ขาด พร้อมกับผ่านเข้าไปพบ อังกฤษ ในรอบตัดเชือก


น.27 ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ ได้เปิดจากริมเส้นเข้าไปกลางประตู และเป็น อีวาน เปริซิช ที่ได้โขกทว่าบอลยังไม่ตรงกรอบ น.30 จากจังหวะต่อบอลกันขึ้นมาของรัสเซียจนมาถึง เดนิส เชรีเชฟ ที่พาขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษแล้วจัดการปั่นโค้งด้วยซ้ายทันทีบอลเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม รัสเซีย 1-0 โครเอเชีย ต่อมา น.39 ในจังหวะโต้กลับของ โครเอเชีย ทางซ้าย อีวาน เปริซิช กระดกบอลต่อให้ มาริโอ มานด์ซูคิช กระชากเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วเปิดเข้ากลางเป็นทาง อังเดร คามาริช พุ่งเข้ามาโขกที่จุดนัดพบตีเสมอให้โครเอเชียเป็น 1-1 และหมดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้


ต่อกันในครึ่งหลัง น.59 อีวาน เปริซิช ได้โอกาสเก็บตกเน้น ๆ ในเขตโทษด้วยขวา ทว่าบอลมันดันไปชนเสาเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย พลาดโอกาสที่ดีสุด ๆ ไปสำหรับ โครเอเชีย น.71 รัสเซีย ได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกโขก อเล็กซานเดอร์ เอร์โรคิน แต่บอลยังข้ามคานออกไป จากนั้นไม่มีใครทำอะไรกันได้หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องเล่นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที


ช่วงต่อเวลาพิเศษ น.100 จากลูกเตะมุมเปิดเข้ามากลางประตู โดมาโกจ์ วิด้า ได้ขึ้นโขกเน้น ๆ บอลเสียบเสาเข้าประตูไป โครเอเชีย ที่สภาพไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่พลิกขึ้นนำ 2-1 จากนั้น น.114 อลัน ซาโกเยฟ เปิดลูกฟรีคิกเข้ามากลางประตู มาริโอ เฟอร์นานเดส ขึ้นสะบัดเข้าประตูไป รัสเซีย ตีเสมอได้สำเร็จ 2-2 หมดช่วงต่อเวลาพิเศษ และเข้าสู่ช่วงยิงจุดโทษชี้ขาด


สำหรับการดวลลูกโทษชี้ขาดเป็นทางด้าน โครเอเชีย ที่ยิงแม่นกว่า และเอาชนะ รัสเซีย ไปได้ 4-3 ซึ่งในรอบรองชนะเลิศ โครเอเชีย จะเข้าไปพบกับ อังกฤษ ต่อไป

บอลวันนี้ รัสเซีย - โครเอเชีย

รัสเซีย หมดสิทธิ์ใช้ ยูริ ชีร์คอฟ ที่มีอาการบาดเจ็บรายเดียว, ผู้รักษาประตู อิกอร์ อาคินเฟเยฟ, ปราการหลังคู่ เซอร์เก อิกนาเชวิช กับ อิลย่า คูเตปอฟ, แบ็คซ้าย ฟิโอดอร์ คูเดรียชอฟ, แบ็คขวา มาริโอ แฟร์นานเดส, กองกลาง โรมัน ซอบนิน, ดาเลอร์ คูเซียเยฟ หรือ ยูริ กาซินสกี้, อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ, อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน, เดนิส เชรีเชฟ หรือ อลัน ซาโกเยฟ, หน้าเป้า อาร์เต็ม ซิวบา


โครเอเชีย ผู้รักษาประตูจากโมนาโก ดานิเยล ซูบาซิช, ปราการหลังคู่ โดมากอย วีด้า กับ เดยัน ลอฟเรน หรือ เวดราน ชอร์ลูก้า, แบ็คซ้าย อิวาน สตรินิช หรือ โยซิป พิวาริช, แบ็คขวา ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้, แดนกลาง มาเตโอ โควาซิช หรือ มาร์เซโล่ โบรโซวิช, อิวาน ราคิติช, ลูก้า โมดริช, สามแนสรุก อันเต้ เรบิช, อิวาน เปริซิช และ มาริโอ มานด์ซูคิช


ที่สนาม ฟิสท์ สเตเดี้ยม เมืองโซชิ รัสเซีย อันดับ 70 จากการจัดอันดับโลกโดยฟีฟ่า 5 นัดหลัง ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 ล่าสุดยิงจุดโทษยัดเยียดความปราชัยให้ สเปน ตดรอบไปเร็วเกินคาด เปลี่ยนมาที่ โครเอเชีย อันดับ 20 ฟีฟ่า เวิลด์แรงกิ้ง 5 นัดหลัง ชนะรวด ล่าสุดแม่นจุดโทษส่ง เดนมาร์ก ร่วงตกรอบ กับเกมรับ 8 ทีมสุดท้าย เจ้าภาพ ต้องยอมรับว่าดวงดีจากนัดล่าสุด 4 นัดในเวิลด์คัพ ครั้งนี้ซัดไปแล้ว 9 ประตู และลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรก 


ส่วน ทีมตราหมารุก ผลงานยอดเยี่ยม เพราะชนะมารัวๆ ตั้งแต่เปิดม่านฟุตบอลโลก ครั้งนี้ และเสียไปแค่ 2 ประตูเท่านั้น บ่งบอกถึงความเหนียวแน่นของแนวรับเป็นที่สุด ประเมินแล้ว ทีมแห่งแดนหมีขาว มาถึงขนาดนี้แล้วคงไม่หวั่น แถมได้เสียงเชียร์ต้องสู้เต็มที่เหมือนเดิมแน่ ทว่า ขุนพลโครแอต ชุดนี้แกร่งจริงๆ แถมฟิตพร้อมทุกตำแหน่ง โอกาสเก็บชัย เพื่อเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ มีความเป็นไปได้สูง