× ข่าว-ความรู้ ข่าว ข่าวบันเทิง ฟุตบอล การเงิน การศึกษา บันเทิง รูปภาพ ดูหนัง Music Station ละคร บันเทิงเกาหลี ไลฟ์ไตล์ ดูดวง ผู้หญิง ผู้ชาย สุขภาพ ท่องเที่ยว สูตรอาหารง่ายๆ ช้อปปิ้ง รถยนต์ บ้านและการตกแต่ง มือถือ ราคาทอง ราคาน้ำมัน วาไรตี้ แต่งงาน แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง Infographic บริการ แอปฯ กระปุก คอร์สออนไลน์ เรียนเลขออนไลน์ ติดต่อโฆษณา แจ้งปัญหา ร่วมงานกับเรา

10 เหตุการณ์เลวร้ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ กับ อาร์เซน่อล

วันจันทร์ 05 มีนาคม 2561 | 10074 .

อาร์เซน่อล ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่สุด ๆ หลังจากบุกไปพ่าย ไบรท์ตัน 1-2 ทำให้พวกเขาแพ้เป็นเกมที่ 4 ติดต่อกันรวมทุกรายการ นี่อาจจะเป็นหนึ่งในวิกฤตการณ์ที่หนักหน่วงสำหรับ อาร์แซน เวนเกอร์ ตลอดการคุมทีมมา 22 ปี

และแม้ว่า เวนเกอร์ จะเคยมีช่วงเวลาที่ดีมากมายกับ อาร์เซน่อล แต่ความทรงจำที่ย่ำแย่ก็มีไม่น้อยเช่นกัน นี่คือ 10 เหตุการณ์เลวร้ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ กับทัพ "ปืนใหญ่" :

10 ) นัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ปี 2001

มันเป็นเกมที่ อาร์เซน่อล เล่นได้อย่างโดดเด่น และทำท่าว่าจะเป็นผู้ชนะเพราะว่าได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 72 จาก เฟรดริก ลุงเบิร์ก และทั้งหมดกำลังไปได้สวยสุด ๆ จนกระทั่ง 10 นาทีสุดท้ายที่ ไมเคิ่ล โอเว่น แผลงฤทธิ์ซัด 2 ประตูให้ ลิเวอร์พูล แซงคว้าแชมป์ไปชนิดที่ว่าทำเอาแข้ง "ปืนใหญ่" ยากจะทำใจ

อาร์แซน เวนเกอร์ กล่าวว่า "เห็นกันชัด ๆ อยู่แล้วว่าเกมนี้เราสมควรได้รับชัยชนะ และควรได้จุดโทษด้วย แต่นี่คงเป็นเรื่องราวของเราในฤดูกาลนี้ที่ถูกกำหนดเอาไว้"

9) โดน บาเยิร์น มิวนิค ถลุงด้วยสกอร์รวม 10-2 ปี 2017

ว่ากันว่า อาร์เซน่อล มักจะแพ้ทาง บาร์เซโลน่า ในบอลยุโรป แต่หากเป็นมุมมองของ บาเยิร์น มิวนิค พวกเขาอาจจะมอง "ปืนใหญ่" เป็นขนมเลยก็ว่าได้ ดูได้จากสกอร์รวม 10-2 ใน 2 เกมแห่งความอัปยศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

หลังจากบุกไปแพ้แบบยับเยินถึง 5-1 ในเกมแรก อาร์เซน่อล ก็หวังว่าจะกลับมาแก้แค้นในเกมที่สองที่ "เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม" แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายหนักว่าเดิมเมื่อพวกเขาถูก "เสือใต้" บุกมาย้ำแค้นลูบคมถึงถิ่นแถมเป็นสกอร์เดิมอีกด้วย

8) นักเตะย้ายหนีไปประสบความสำเร็จที่อื่น

ในปี 2000 - 2010 ตลอดช่วง 10 ปีนี้ อาร์เซน่อล ขาดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ทำให้บรรดานักเตะชื่อดังหลายคนต่างทยอยตบเท้าย้ายทีมออกไป และสามารถไปประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ร่วมกับทีมอื่น
 
โคโล ตูเร่, ซาเมียร์ นาสรี่ และ กาแอล กลิชี่ คว้าแชมป์ลีกกับ แมนซิตี้ ส่วน เชส ฟาเบรกาส ได้แชมป์มากมายร่วมกับ บาร์เซโลน่า รวมถึง เชลซี ขณะที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ย้ายไป แมนยู ก็คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ทันทีในฤดูกาลแรก นี่แสดงให้เห็นว่าหากต้องการความสำเร็จ นักเตะแค่เก่งไม่พอ แต่ต้องอยู่ในทีมที่ถูกต้องด้วย

7) นัดรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ - ชวดแชมป์ลีก ฤดูกาล 1998-99

ฤดูกาล 1998-99 ถูกจดจำว่าเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับการผงาดคว้าเทรเบิ้ลแชมป์ ซึ่งหลายคนอาจจะลืมว่า "ปีศาจแดง" เป็นทีมที่หักอก อาร์เซน่อล ไปถึง 2 รายการ

โดยรายการแรกเป็น นัดรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่เกิดลูกยิงในตำนานของ ไรอัน กิ๊กส์ ที่โซโล่เดี่ยวก่อนจะซัดด้วยซ้ายแสกหน้า เดวิด ซีแมน เข้าไปเป็นประตูชัยให้กับ แมนยู ส่วนรายการที่ 2 คือ พรีเมียร์ลีก ที่ อาร์เซน่อล จบซีซั่นด้วยตำแหน่งรองจ่าฝูง และปล่อยให้ "ปีศาจแดง" คว้าแชมป์ไปอย่างเจ็บปวดด้วยการมีคะแนนเหนือพวกเขาเพียงแค่ 1 แต้ม

6) นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ ปี 2000

การคว้าแชมป์รายการยุโรปถือสิ่งที่ขาดหายไปของ อาร์แซน เวนเกอร์ ซึ่งโอกาสทองมาเมื่อพวกเขาทะลุไปถึงนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ ปี 2000 โดยพบกับ กาลาตาซาราย

หลังจากสู้กันมาจนครบ 120 นาที จึงต้องมาตัดสินที่การดวลจุดโทษ และฝันร้ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ และ อาร์เซน่อล ก็เริ่มขึ้นเมื่อ ดาวอร์ ซูเคอร์ และ ปาทริค วิเอร่า ยิงพลาด โดยมี เรย์ พาร์เลอร์ คนเดียวที่ยิงเข้า ขณะที่ฝั่ง กาลาตาซาราย ยิงเข้าไปทั้งหมด 4 คนส่งทีมดังแห่งตุรกีคว้าแชมป์ไปครอง

5) นัดรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2009

อาร์เซน่อล หลุดไปถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2008-09 ซึ่งพวกเขาต้องทำศึกสายเลือดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปก่อนที่ "โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด" ด้วยสกอร์ 1-0 แต่พวกเขาก็หวังว่ากลับไปคิดบัญชีแค้นในการกลับไปเล่นที่บ้านในนัดที่ 2

แต่ทว่ามันไม่เป็นแบบที่คิดเมื่อ "ปีศาจแดง" บุกไปอัด อาร์เซน่อล ถึงถิ่น 3-1 รวมสองนัด "ปืนใหญ่" พ่ายไปอย่างเจ็บปวดถึง 4-1 ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่อยากจะจดจำเท่าไร

4) คุมทีมมานานเกินไป ?

อาร์แซน เวนเกอร์ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ปฏิวัติสโมสร และฟุตบอลอังกฤษ ไม่มีใครสงสัยในความสำเร็จที่เขาสร้างไว้กับ อาร์เซน่อล แต่ผ่านมา 22 ปีเข้าไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าความสำเร็จที่เคยมีมันเริ่มหดหายไปในช่วงหลายปีหลัง

แน่นอนว่าหลายปีที่ผ่านมา มันเป็นช่วงเวลาที่แฟน ๆ อาร์เซน่อล ไม่มีความสุขเอาเสียเลย จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเกิดการตั้งขบวนขับไล่ ชูป้ายในสนาม เรียกร้องให้มีการปลด กุนซือชาวฝรั่งเศส ผู้นี้มาตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา และมาถึงตอนนี้สาวก "ปืนใหญ่" ก็ยังคงเฝ้ารอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับทีมรักของพวกเขาสักที

3) นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2006

อาร์เซน่อล ใกล้เคียงกับการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกของสโมสรเมื่อปี 2006 แต่ก็ทำได้เพียงใกล้เคียงเท่านั้น เมื่อคู่แข่งของเขาคือ บาร์เซโลน่า ที่ยุคนั้นมีซูเปอร์สตาร์ประจำทีมอย่าง โรนัลดินโญ่, ซามูเอล เอโต้, อันเดรส อิเนียสตา ที่กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง และดาวดังอีกมากมาย

ถึงแม้จะมีความหวังจากประตูขึ้นนำของ โซล แคมป์เบลล์ ในช่วงครึ่งแรก แต่สุดท้าย อาร์เซน่อล ก็ต้านความแข็งแกร่งของ บาร์เซโลน่า ไม่ไหวจนมาโดนยิงรัว 2 ประตูในช่วงท้ายเกมทำให้ "เจ้าบุญทุ่ม" ผงาดคว้าแชมป์ไปครอง และเกมนี้เรียกได้ว่าเป็นเกมเดียว และอาจเป็นเกมสุดท้ายที่ เวนเกอร์ พาทีมใกล้เคียงกับการคว้าแชมป์ ยูซีแอล ที่สุด

2) นัดชิงชนะเลิศ ลีก คัพ ปี 2011

หลังจากผ่าน 6 ปีที่ อาร์เซน่อล ไม่เคยมีแชมป์ติดมือ โอกาสก็มาถึงในปี 2011 เมื่อ "ปืนใหญ่" ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศฟุตบอล ลีก คัพ ปี 2011 พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับทีมที่ชื่อชั้นต่ำกว่า และกำลังจะตกชั้นอย่าง เบอร์มิงแฮม ทุกอย่างดูง่ายดายสำหรับทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์

แต่อนิจจาหลังจากเสมอกัน 1-1 ในช่วงครึ่งแรก อาร์เซน่อล โดน เบอร์มิงแฮม ยิงประตูชัยแบบไม่มีเวลาให้แก้ตัวในนาทีที่ 89 จากจังหวะที่ วอยเชียค เชสนี่ ทำส้มหล่นรับบอลพลาดไปเข้าทาง โอบาเฟมี มาร์ตินส์ ยิงเข้าไปแบบง่าย ๆ เหมือนเป็นการยื่นถ้วยแชมป์ให้กับ เบอร์มิงแฮม แบบหน้าตาเฉย ส่วน เวนเกอร์ และลูกทีมของเขาต้องน้ำตาตกไปตามระเบียบ

1) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 8-2 อาร์เซน่อล

แมตช์แห่งความอัปยศที่สุดในการคุมทีม อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ หนีไม่พ้นเกมที่บุกไปโดน แมนยู ถล่มเละเทะถึง 8-2 เมื่อปี 2011 เวนเกอร์ คงลืมไปว่าต้องพบกับทีมอย่าง "ปีศาจแดง" ก็เลยส่งนักเตะอย่าง โยฮัน ฌูรู, อาร์กม็องด์ ตราโอเร่ และ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง ที่ยังเป็นดาวรุ่ง ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้

แน่นอนว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จัดหนักจัดเต็มแบบไม่มีปราณีใส่ อาร์เซน่อล จนทำให้พอสิ้นเสียงนกหวีด เวนเกอร์ และลูกทีมแทบจะมุดแผ่นดินหนีกันเลยทีเดียว โดยกุนซือเลือดน้ำหอมกล่าวว่า "แน่นอนคุณต้องรู้สึกอับอายขายหน้าเมื่อโดนยิงถึง 8 ประตู มันเป็นวันที่เลวร้ายจริง ๆ"

ที่มาจาก espn.com

ภาพจาก AFP


10074อ่าน

ความเห็น

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวฟุตบอลฮิตประจำสัปดาห์

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เว็บไซต์ www.kapook.com ไม่มี และ ไม่สนับสนุน การเล่นพนันฟุตบอล และการพนันรูปแบบอื่นๆทุกชนิด ทีมงานหวังเพียงให้เยาวชน สนใจมุ่งเน้นด้านกีฬาเป็นสำคัญ

Football
kapook.com